เครื่องยนต์V12

เครื่องยนต์V12 สำหรับเครื่องยนต์บล๊อกได้ร่วมมือพัฒนากับ Cosworth โดยเป็นแบบ เบนซิน V12 ขนาด 6.5 ลิตร ไร้ระบบอัดอากาศใดๆทั้งสิ้น ซึ่งกล่าวกันว่า นี่คือเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบไร้ระบบอัดอากาศที่ให้ประสิทธิภาพดีที่สุด โดยมีกำลังสูงสุดถึง 1,013 แรงม้า

(PS) แรงบิดสูงสุด 740 นิวตันเมตร รอบเครื่องยนต์สูงสุด 11,100 รอบ/นาที ขณะเดียวกันถ้านำไปเทียบอัตราแรงม้า (PS) ต่อความจุกระบอกสูบ 1 ลิตร จะได้ตัวเลขออกมาราว 156 แรงม้า (PS)/ลิตร

อย่างไรก็ดี Valkyrie ยังไม่พอใจในความแรงเพียงแค่นั้น เพื่อศักดิ์ศรีของความเป็นรถยนต์ Hypercar จึงได้การเพิ่มพลังขึ้นไปอีก ด้วยการพ่วง มอเตอร์ไฟฟ้า ในระบบ Hybrid ที่ช่วยบูสท์อัตราเร่งในบางช่วงจังหวะ ส่งผลให้พละกำลังสูงสุดเมื่อรวมการทำงานของทั้ง 2 ระบบแล้วนั้น จะได้ตัวเลขสุทธิออกมาอยู่ที่ 1,145 แรงม้า (PS)

เครื่องยนต์V12

อย่างไรก็ดี Valkyrie ยังไม่พอใจในความแรงเพียงแค่นั้น เพื่อศักดิ์ศรีของความเป็นรถยนต์ Hypercar จึงได้การเพิ่มพลังขึ้นไปอีก ด้วยการพ่วง มอเตอร์ไฟฟ้า ในระบบ Hybrid ที่ช่วยบูสท์อัตราเร่งในบางช่วงจังหวะ ส่งผลให้พละกำลังสูงสุดเมื่อรวมการทำงานของทั้ง 2 ระบบแล้วนั้น จะได้ตัวเลขสุทธิออกมาอยู่ที่ 1,145 แรงม้า (PS) เลยทีเดียว

เครื่องยนต์V12
เครื่องยนต์V12

แต่กว่าจะแรงได้ขนาดนี้ Lamborghini Aventador ก็ได้รับการพัฒนามาจากบริษัทในเมืองโบโลญ่า ประเทศอิตาลี ซึ่งความพิเศษของรุ่นนี้ก็จะมาพร้อมกับระบบเกียร์อัจฉริยะ ISR (Independent Shifting Rods) ที่จะทำให้การเปลี่ยนเกียร์ในแต่ละครั้งของผู้ขับเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ใช้เวลาน้อยกว่าระบบเกียร์ Dual-Clutch กว่า 50 %

และตัวเครื่องเกียร์ที่มีน้ำหนักเบา ทั้งนี้ยังมาพร้อมกับฟังก์ชันเกียร์ที่มีให้เลือกถึง 3 แบบ ได้แก่ Strada โหมดปกติกระจายแรงขับล้อหน้า 40 % ล้อหลัง 60% , Sport เหมาะสำหรับผู้ที่รักความเร็วกระจายแรงขับล้อหน้า 20 % ล้อหลัง 80%  และ Corsa สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมเกียร์เอง ซึ่งตัวรุ่นนี้ยังมีระบบ launch control ที่ช่วยให้การออกตัวของคุณเป็นไปด้วยความนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น จึงทำให้เกิดความคล่องแคล่วสะดวกสบาย

เครื่องยนต์V12

V12 engine For the engine block, developed with Cosworth, a 6.5-liter V12 petrol engine without any compressed air. Which is said to This is an internal combustion engine without compressed air that provides the best performance. With a maximum power of 1,013 horsepower.

maximum torque of 740 newton meters, maximum engine speed of 11,100 rev / min. At the same time, if compared to the horsepower (PS) per 1 liter cylinder capacity, the figure will be produced at 156 horsepower (PS) / Liters

However, Valkyrie is not satisfied with just that strength. For the prestige of being a Hypercar, power is further enhanced by attaching an electric motor in a Hybrid system that helps boost the acceleration at certain intervals. Resulting in maximum power. When combined with the performance of both systems, the net number is 1,145 horsepower (PS).

However, Valkyrie is not satisfied with just that strength. For the prestige of being a Hypercar, power is further enhanced by attaching an electric motor in a Hybrid system that helps boost the acceleration at certain intervals. Resulting in maximum power. When combined with the performance of both systems, then the net numbers will come out at 1,145 horsepower (PS).

But to be this strong, Lamborghini Aventador has been developed by a company in Bologna, Italy, which the specialty of this model will come with the intelligent ISR (Independent Shifting Rods) gear system that will make the gear shift in Each time the driver is fast. 50% less time than the dual-clutch transmission

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

การใช้งานเครื่องยนต์ที่ถูกต้อง

การใช้งานเครื่องยนต์ที่ถูกต้อง ผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจเอาใจไส่เกี่ยวกับเครื่องยนต์ของรถท่านเอง จึงเป็นสาเหตุทำไห้เครื่องยนต์เกิดข้อขัดข้องบ่อยๆ แต่ท่านต้องการประหยัดเงินค่าซ่อมแซมดูแลให้รถยนต์ของท่านพร้อมใช้งานใด้เสมอไม่ค่อยเสีย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ท่านควรทำเสมอๆ

เปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 5,000 กิโลเมตร ถึงแม้ว่าในคู่มือจะบอกว่าไปได้ไกลกว่านี้ ส่วนไส้กรองน้ำมันเครื่องเปลี่ยนทุก 10,000 กิโลเมตร

ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงให้ถูกต้องตามกำหนดให้ได้ตามคู่มือ เช่น อ๊อกเทน 91 ,95 ควรใช้ไห้ถูกต้อง

ตรวจดูระดับน้ำในหม้อน้ำบ่อยๆ อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง

ตรวจดูลมยางให้ได้ความดันตามที่กำหนดในคู่มือ (เท่าที่สังเกตส่วนมากจะอยู่ที่เสากลางตัวรถยนต์ข้างคนขับ) ตรวจดูบ่อยตามความจำเป็นในการเดินทางไกลหรือ

การบรรทุกน้ำหนัก ซึ่งจะกำหนดว่าน้ำหนักเท่าไรควรเติมความดันเท่าไร

เปลี่ยนหัวเทียนทุก ๆ ระยะ 15,000-20,000 กิโลเมตร

ตรวจดูไส้กรองอากาศว่าสะอาดดีหรือไม่ มีรูหรือไม่ เพราะถ้ามีรูแม้เท่าปลายดินสอ ถ้าขับรถยนต์ไปในที่มีฝุ่นมากๆ ฝุ่นจะเข้าไปทำไห้เครื่องยนต์สึกหรอเร็วกว่ากำหนด

ตรวจดูมาตรวัดต่าง ๆ ที่จำเป็น ว่ายังใช้งานได้ดีหรือไม่ เพราะสามารถบอกความผิดพลาดของรถยนต์ได้เป็นอย่างดี

ตรวจดูน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ว่าอยู่ในระดับหรือไม่ ดูได้จากด้านข้างของหม้อแบตเตอรี่จะมีขีดกำหนดอยู่ 2 ขีดคือ ขีดบนและขีดล่าง อย่าไห้ระดับน้ำกลั่นต่ำกว่าขีดล่าง เพราะจะทำไห้แบตเตอรี่เสียได้ และอย่าเติมให้เกินกว่าขีดบน เพราะตอนเราใช้งานน้ำกลั่นจะทำปฏิกิริยาเกิดเป็นกรด หากหกเลอะออกมาโดนตัวรถจะทำไห้รถเราผุได้

สังเกตเสียงที่เกิดขึ้นขณะใช้งาน เพราะมันจะเป็นตัวบอกเหตุให้เราได้รู้ว่า มีสิ่งใดในรถยนต์ของเราเกิดการเสียหายได้ ก่อนที่จะเสียมากขึ้น

สังเกตพื้นที่เราจอดรถยนต์ไว้ ว่ามีน้ำหรือน้ำมันเครื่องหยดลงมาเลอะพื้นหรือไม่ แล้วดูว่าหยดลงในตำแหน่งใด จะบอกเราได้ว่าส่วนใดของรถที่เกิดการสึกหรอแล้วรั่วซึม

เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์และน้ำมันเฟืองท้าย ตามกำหนดที่คู่มือกำหนดไว้

ตรวจดูน้ำมันเบรคที่อยู่ในกระป๋องว่ายุบเร็วกว่าปกติหรือไม่ หากยุบเร็วอาจเกิดการรั่วซึมที่ใดก็ได้

ตรวจดูระบบไฟในรถยนต์ว่ายังใช้การได้ดีอยู่หรือไม่

การใช้งานเครื่องยนต์ที่ถูกต้อง
การใช้งานเครื่องยนต์ที่ถูกต้อง

Correct engine operation Most motorists are not interested in caring about the engine of your car. Therefore causing frequent engine crashes But you want to save money on repairs, keeping your car always ready to use, not bad These are things you should always do.

Check that the distilled water in the battery is at the level or not. Can be seen from the side of the battery pot, there are two limit lines, the top and bottom lines Do not expose the distilled water level to the lower level. Because it can damage the battery And don’t add more than the upper limit Because when we use distilled water, it reacts as an acid Spilling out onto the car will cause our car to decay.

Observe the sounds that occur while using Because it will be the reason for us to know that Anything in our car can become damaged. Before losing more

Observe the area where we parked the car. Whether water or engine oil drips into the floor or not And see where it drops into Will tell us which parts of the car are worn and leak

Observe the area where we parked the car. Whether water or engine oil drips into the floor or not And see where it drops into Will tell us which parts of the car are worn and leak.

Change gear oil and gear oil As specified by the manual.

Check the brake fluid in the can to see if it collapse faster than usual. If quickly collapsed, leakage may occur anywhere.

Check the car’s electrical systems to see if they work.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

แคมชาฟท์

แคมชาฟท์ แคมฯ ซิ่ง หรือ แคมชาฟท์ ปรับแต่งองศา นั้นเป็นที่รู้จักในความเข้าใจเรื่องของการเพิ่มกำลังของเครื่องยนต์ ด้วยการใช้องศาเปิด-ปิด ที่เปลี่ยนไปจากเดิม แต่รายละเอียดว่า มันเปลี่ยนแปลงองศาได้อย่างไรเราต้องลองไป หาคำตอบกันดู

แคมชาฟท์

แคมชาฟท์ (Camshaft) หรือ เพลาราวลิ้น ทำหน้าที่เปิด-ปิดวาล์วไอดี หรือ ไอเสีย หรือทั้งสอง อยู่ที่รูปแบบของชนิดการออกแบบเครื่องยนต์ ถ้าเป็นแบบเพลาราวลิ้นเดียว (Single Camshaft) จะมีกระเดื่องที่เป็นตัวกดเปิด-ปิดวาล์วเรียงกันไปบนเพลาเดียว แต่ถ้าเป็นแบบ (Double Camshaft) จะแยกเพลาราวลิ้นวาล์วไอดี ไอเสีย คนละเพลาของใครของมัน

จะมีความแตกต่างกันบ้างในเรื่องของการตกแต่ง แต่การทำงานบนพื้นฐานไม่ว่าจะเป็นเพลาเดียวหรือเพลาคู่จะไม่แตกต่างกัน นั่นคือเรื่องของการเปิด-ปิด วาล์วตามไทม์มิ่งของเครื่องยนต์แต่ละเครื่องที่ได้กำหนดมา

เครื่องยนต์แต่ละเครื่องหรือแต่ละรุ่น ถ้าเดิมๆ มาจากโรงงานจะถูกกำหนดองศาการเปิดปิดวาล์วมาให้ตอบสนองได้ระดับหนึ่ง โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานการทำงานเครื่องยนต์ที่ต้องราบรื่น ทนทานและใช้งานขับขี่ได้เหมาะสมในระดับที่เป็นสากล

ในระยะของการเปิด-ปิดวาล์วของแคมชาฟท์เดิมจะคงที่ตลอดในทุกย่านความเร็วรอบ มันจึงเป็นเรื่องที่สามารถเปลี่ยนแปลงองศาการเปิด-ปิดวาล์ว ให้มีระยะเวลา ระยะห่างในการเปิดของวาล์ว อันจะทำให้ไอดี และ ไอเสียเข้าออกได้มาก รวดเร็วขึ้น ซึ่งองศาของการเปิด-ปิดนี้ ก็ยังต้องคำนึงถึงไทม์มิ่งหรือช่วงเวลาที่สัมพันธ์กันของการหมุนเครื่องยนต์ ที่ทำให้ลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้นลง เพื่อลดการชนกันของหัวลูกสูบกับวาล์ว ถ้าใช้องศากดวาล์วที่แคมป์ชาร์ฟไม่พอดี หรือเรียกว่าองศาโหมดเกินไป

นั่นเป็นหลักการว่า ทำไมเมื่อเปลี่ยนแคมชาฟท์องศาซิ่งเข้าไปเพียงชิ้นส่วนเดียว ก็ทำให้เครื่องยนต์มีการตอบสนองที่แตกต่างได้อย่างสนใจ ซึ่งโดยมากแล้วการใช้แคมชาฟท์ซิ่งหรือองศาสูง พวงนี้ต้องดูในเรื่องของชนิดวัสดุที่นำมาทำด้วย ถ้าเป็นวัสดุคุณภาพไม่สูง มันอาจจะหัก ขาดได้ถ้าใช้งานต่อเนื่องยาวนาน


แคมชาฟท์

 เดี๋ยวนี้เป็นที่นิยมมากสำหรับรถซิ่งหรือรถบ้านที่ต้องการความแตกต่างในการขับขี่ แต่ถ้าเป็นพวกรถที่มีระบบวาล์วแปรผัน ซึ่งนั่นคือการพัฒนามาให้มีการปรับระยะเปิด-ปิดวาล์วได้เหมาะสมในแต่ละช่วงความเร็วรอบอยู่แล้ว แปลว่าองศาสูงของแคมชาฟท์ซิ่ง โดยมากจะทำให้เครื่องยนต์เดินเบาเรียบ นิ่งได้ยาก แต่เมื่อถึงรอบกำลังจะให้กำลังได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เรื่องนี้จะว่าไปมันยากต่อความเข้าใจอยู่ไม่น้อย เพราะมันเกี่ยวของกับการทำงานของเครื่องยนต์ภาพรวมโดยทั้งหมด เอาว่าเราแค่พอได้เข้าใจในหลักการเพื่อการใช้งานที่เหมาะสมในเบื้องต้นก่อน

ทำไมเราต้องมาเรียนรู้เรื่องของ แคมชาฟท์ (Camshaft) แต่ง ส่วนหนึ่งคือเพื่อความเข้าใจ ว่าการขับขี่รถที่ใช้แคมฯซิ่งจะมีการตอบสนองที่ไม่เหมือนรถเดิม ต้องปรับตัวในการขับขี่อย่างหนึ่ง อีกอย่างคือการเลือกองศาแคมฯซิ่ง ให้เหมาะสมกับการใช้งาน ถ้ายังมีการใช้รถบนท้องถนนทั่วไปก็ควรดูให้ไม่ฮาร์ดคอร์มากไป เพื่อการควบคุมรถที่เหมาะสม และเลือกของแต่งที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในขณะขับขี่ อาจส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุได้

แคมชาฟท์
แคมชาฟท์

The camshaft, camshaft, or camshaft tuning degrees are known for their understanding of engine power increases. By using the degrees of open-close Which has changed But the details that How does it change degrees? We have to try to find the answer.

Camshaft or timing shaft which acts to open-close the intake or exhaust valves or both in the form of engine design type If it is a single camshaft, there is a mortar that is a valve opening and closing in a single shaft. But if it is a double camshaft, it will separate the shaft around the intake valve and the exhaust valve of one of its shafts.

There will be some differences in the matter of decoration. But working on the basis whether it is single shaft or twin shaft, will not be different That is the matter of opening-closing Valve according to the timing of each engine set.

Each engine or model, if originally from the factory, will determine the degree of valve opening to respond to a certain level. Based on the smooth operation of the engine Durable and suitable for driving at an international level.

During the valve opening and closing phase of the original camshaft, it will be constant throughout all rpm. It is therefore able to change the angle of opening-closing the valve. To have a duration Valve opening distance This will allow the intake and exhaust to come in and out more quickly.

This degree of on-off Must also consider timing or the relative duration of the engine rotation That causes the piston to move up and down To reduce the collision of the piston head with the valve If you use a degree to press the valve on the camping Charm doesn’t fit Or called degree mode too.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

เครื่องยนต์ V6

หากกล่าวถึง เครื่องยนต์ V6 ในโลกยุคใหม่ ทุกวันนี้พัฒนาการรถยนต์ต่างทำให้เราเห็นว่าในวันนี้ห้ารถยนต์ที่เราใช้น่าจะมีทิศทางเป็นอย่างไร แน่นอนมันจะมาพร้อมความทันสมัย ความประหยัด ที่สำคัญยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นั่นทำให้เครื่องยนต์สันดาปภายในความจุระดับซดน้ำมันเป็นเยี่ยมอาจจะกาลปวสาน แต่อาจจจะไม่ใช่ทั้งหมด

เทรนด์การลดความจุเครื่องยนต์แล้วเพิ่มสมรรถนะหรือ  Down Sizing  เครื่องยนต์ที่เรารู้จักหลายรุ่นกำลังจะตายจากกันไป และดูเหมือนจะมีเครื่องยนต์ไม่กี่รูปแบบที่จะอยู่รอดปลอดภัยในอนาคต  หนึ่งในนั้นน่าจะเป็นเครื่องยนต์แบบ  3  สูบ ที่เราเห็นได้ในวันนี้ และอีกหนึ่งคือเครื่องยนต์แบบ  6 สูบ ที่กำลังจะตีตั๋วอัพชั้นไปเป็นเครื่องยนต์ระดับซุปเปอร์คาร์

หลายคนอาจจะคิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าเป็นจริง หากสิ่งที่กำลังพูดถึงนี้กำลังเกิดขึ้นในวันนี้ และมีมาสักพักใหญ่ เพียงแต่เรานั้นอาจจะไม่รู้สึกว่ามันกำลังจะเกิดขึ้น พวกเราส่วนใหญ่อาจจะกำลังมองไปที่พวกม้าลำพอง และ กระทิงดุ ซึ่งวันนี้ พวกเขาใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ทั้ง   V8   และ   V10   ใหญ่โตไปถึงขนาด  V12  ด้วยซ้ำไป

ทว่าด้วยกฎที่แน่นหนาทางด้านสิ่งแวดล้อม ในการขับขี่รถในภูมิภาคยุโรปและอเมริกา กำลังบีบให้บริษัทรถยนต์ต้องเปลี่ยนความคิด ในการทำรถยนต์ยุคใหม่ให้ขับสนุก มีสมรรถนะดีรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

แนวคิดการบรรจุ เครื่องยนต์ประเภท  6  สูบลงมาในรถยนต์ทรงสมรรนถะไม่ใช่เรื่องใหม่ และมันไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในวันหน้ามันจะกลายเป็นขุมพลังให้กำลังรถยนต์ระดับซุปเปอร์คาร์ ด้วยอดีตที่ผ่านมารถยนต์กลุ่มนี้เคยมีเครื่องยนต์แบบ  6  สูบ ใช้มาแล้ว

ก่อนที่พวกเขาจะพกเครื่องยนต์ขนาดใหญ่แบบทุกวันนี้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่ายม้าลำพอง ในช่วงอดีตยุค ปี   1950-60   รถยนต์สายพันธุ์แรงของ พวกเขาหันมาใช้เครื่องยนต์แบบ  6  สูบแถว

เรียงในการทำรถสนาม ก่อนที่   Ferrari   จะหันมาให้ความสนใจกับเครื่องยนต์แบบ   V6   จาก คำแนะนำของ Dino  ลูกชาย   Enzo Ferrari   ว่าให้ลองทำเครื่องยนต์แบบ   V6 ขนาด  1.5   ลิตร ลงในรถแขงตั้งแต่ปี   1955  และภายหลังจากที่  Dino  เสียชีวิต  Ferrari จึงทำรถยนต์  Ferrari  dino  ออกมาในปี   1968   

และ ขายจนถึงปี 1976  มันเป็นรถยนต์ซุปเปอร์คาร์เครื่องวางกลาง ด้วยเครื่องยนต์แบบ   V6  อย่างที่ลูกชายเขาออกแบบ บ้างว่านี่คือความพยายามครั้งสำคัญของ   Ferrari  ในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่งบน้อยแต่อยากได้รถสมรรถนะสูง

เครื่องยนต์ V6
เครื่องยนต์ V6

แน่นอนภาพความเป็นซุปเปอร์คาร์เครื่องยนต์ไม่ต้องมีขนาดใหญ่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และมันกำลังจะเกิดขึ้น อีกครั้ง หลังจากมีรายงานมาตั้งแต่เมื่อปี   2012  ว่า ทีมวิศวกรของเฟอร์รารี่กำลังขลุกอยู่กับการออกแบบเครื่องยนต์รุ่นใหม่แบบ  6  สูบ รุ่นใหม่ เป็นการยืนยันว่า เรื่องเครื่องยนต์ 6  สูบ จะอยู่ในว่าที่ซุปเปอร์คาร์โลกอนาคตนั้นเป็นจริง

นอกจาก   Ferrari   แล้ว Porsche  เอง ก็เป็นบริษัทรถยนต์อีกรายที่ใช้เครื่องยนต์ 6  สูบ นอนมาตั้งแต่แรกเริ่ม ในรุ่น   911   มันมีพละกำลังเหลือล้นมากด้วยการเติมแต่งระบบเทอร์โบชาร์จเข้ามาประจำการ แต่ถ้าคุณไม่ชอบเครื่องยนต์เทอร์โบ เข้า  Porsche  911 GT3 RS  มาพร้อมเครื่องยนต์  6  สูบนอนขนาด  4.0   ลิตร สามารถทำกำลังได้ถึง   500   แรงม้าจากโรงงาน

เครื่องยนต์ V6
V6 engine

When it comes to V6 engines in the modern world today, car development has made us see what the five directions we are going to use today. Of course, it will be modern, economical and also more environmentally friendly.

Trend of reducing engine capacity and increasing performance or Down Sizing. Many of the known engines are dying from one another. And there seem to be a few engines that will survive in the future One of them

Many people may think that this is not true. If what I’m talking about is happening today And has been around for a while But we may not feel that it is happening. Most of us might be looking at wild horses and bullfighting,

But with strict environmental rules In driving cars in Europe and America Force the car company to change their mind In making modern cars to drive fun Have good performance, protect the environment at the same time.

Packing concept The 6-cylinder type engine in a neat car is not new. And it’s not uncommon that tomorrow will become a source of power for super-car power In the past, this group of cars used to have 6-cylinder engines.

Before they were carrying large engines like today Especially the wild horse camp In the past 1950-60s years, the car strain of They turned to 6-cylinder engines in a row.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

เครื่องยนต์โรตารี

เครื่องยนต์โรตารี (Rotary Engine) ถูกคิดค้นโดยวิศวกรชาวเยอรมันตั้งแต่ปี 1960 มีชื่อเสียงเรียงนามว่า Felix Wankel (ฟีลิกซ์ แวนเคิล) และเพราะเหตุนี้ เครื่องยนต์โรตารีจึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า Wankel Engine (แวนเคิล เอ็นจิน) นั่นเองครับ …โดยแรกเริ่มเดิมทีนั้น นายฟีลิกซ์ คิดค้นเครื่องยนต์โรตารีขึ้นมา ก็เพราะว่าเขาต้องการสร้างเครื่องยนต์ที่มี การสั่น น้อยกว่าเครื่องยนต์แบบลูกสูบ แต่ทว่าในปัจจุบันนี้ นอกจากเครื่องยนต์โรตารีจะมีการสั่นที่น้อยกว่าแล้ว มันก็ได้รับการพัฒนาจนกระทั่งมีสมรรถนะที่โดดเด่น รวมไปถึงมีความทนทานเพิ่มขึ้นเทียบเท่ากับเครื่องยนต์แบบสูบชักเลยทีเดียว

เครื่องยนต์โรตารี

แน่นอนว่า ถ้าหากเราพูดถึงเครื่องยนต์โรตารีแล้ว …มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะไม่กล่าวถึง Mazda ค่ายรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นที่ปลุกปั้นและพัฒนาเครื่องยนต์สูบหมุนจนกระทั่งมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับไปทั่วโลก เพราะฉะนั้น ในบทความนี้ ผมจะพาไปเจาะลึกหลักการทำงาน รวมทั้งสืบค้นประวัติในการพัฒนาเครื่องยนต์โรตารีภายใต้หลังคาของ Mazda รวมไปถึงวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการกลับมาของ สูบหมุนในตำนาน ที่ว่าจะกันว่าจะปรากฏกายอีกครั้งในร่างของ Mazda RX-9 โดยใช้เครื่องยนต์ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี ROTARY SKYACTIV-R

เครื่องยนต์โรตารี
หลักการทำงานและวัฏจักรของเครื่องยนต์โรตารี

เครื่องยนต์โรตารี ก็มีหลักการทำงานคล้ายๆ กับเครื่องยนต์สูบชักนั่นเองครับ วัฏจักรการทำงานของเครื่องยนต์โรตารีนั้นก็มีทั้งหมด 4-จังหวะ ซึ่งประกอบไปด้วย จังหวะดูด, จังหวะอัด, จังหวะระเบิด และจังหวะคายไอเสีย

แต่ส่วนแตกต่างที่เห็นได้ชัดก็คือว่า ใน 1 รอบการหมุนของเพลาข้อเหวี่ยง เครื่องยนต์โรตารี จะสามารถสร้างกำลังได้ถึง 3 ครั้ง ผิดกับเครื่องยนต์ลูกสูบ ที่เพลาข้อเหวี่ยงต้องหมุนถึง 2 รอบ จึงจะสร้างกำลังได้

(โรตารี เพลาเยื้องศูนย์หมุน 1 รอบ สร้างกำลังได้ 1ครั้ง / เครื่องยนต์ปกติ หมุน 1 รอบ สร้างกำลังได้ 0.5 ครั้ง) และการสร้างกำลังได้อย่างมหาศาลต่อการหมุนหนึ่งรอบ ก็คือข้อได้เปรียบที่โดดเด่นที่สุดของเครื่องยนต์สูบหมุนนั่นเอง

เครื่องยนต์โรตารี

The rotary engine was invented by a German engineer since the 1960s, famously known as Felix Wankel (Felix Wankel) and because of this The rotary engine is also known as the Wankel Engine. In the beginning, Mr. Felix invented the rotary engine.

Because he wants to create an engine with less vibration than piston engines But nowadays In addition to the rotary engine having less vibration It was developed until having outstanding performance. As well as having increased durability as equivalent to a stroke engine

Of course, if we talk about rotary engines … It is impossible for us not to mention Mazda, the Japanese car maker, who has created and developed the rotary cylinder engine until it is well-known and accepted all over the world.

Therefore, in this article, I will take a look at the principles work Including searching the history of the development of rotary engines under the roof of Mazda as well as analyzing the possibility of a return of The legendary spin It is said that it will reappear in the body of the Mazda RX-9 using the engine that comes with ROTARY SKYACTIV-R technology.

Working principles and cycle of rotary engines

Rotary engine Have similar working principles And the siphon engine The working cycle of a rotary engine is 4-stroke, consisting of suction, compression, explosion and exhaust stroke.

But the obvious difference is that in 1 spin cycle of the crankshaft Rotary engine Will be able to create power up to 3 times the wrong piston engine That the crankshaft needs to be rotated up to 2 cycles in order to create power

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<