เครื่องยนต์ B16 VTEC

เครื่องยนต์ B16 VTEC ของฮอนด้าคงไม่มีใครไม่รู้จักถึงความจริงจังของความแรงและความพึงพอใจโดยเฉพาะในช่วงที่ระบบ V-Tech เริ่มทำงานจนหลายคนหลงใหลและสามารถค้นหาเครื่องยนต์ B16A ถือเป็น VTEC DOHC ตัวแรกใน Honda Civic EG คุสามารถสังเกตได้ว่าเป็น VTEC ขนาดเล็กโดยดูที่ตัวอักษร VTEC จะเล็กกว่า DOHC บนฝาวาล์ว จากนั้นรูปลักษณ์ก็เปลี่ยนเป็นรุ่นยอดนิยมอย่าง Civic 3 ประตู

ปรับปรุงสมรรถนะมากขึ้น, เพิ่มแรงบิด, แรงม้า, B16A VTEC ตัวใหญ่ (VTEC ที่ใหญ่กว่า DOHC) ต่อมาเปลี่ยนเป็นรุ่น Civic EK หรือที่บ้านเราเรียกว่า มันซีวิคตาโต ยังคงเป็นเครื่องเดิมจากนั้นทางค่าย Honda ได้ผลิต Civic EK9 ซึ่งเป็นตัวถังแบบ 3 ประตูโดยได้รับการเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นรหัส B16B ซึ่งเป็นการปรับแต่งพิเศษที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งในและนอกสนามแข่ง

ผลิตเมื่อปี ค.ศ. 1989-1991
ประจำการตัวถัง HONDA INTEGRA XSI, HONDA CR-X SIR (EF8), HONDA CIVIC SIR (EF)
ความจุ 1,595 CC.
กระบอกสูบ x ระยะชัก 81.0 x 71.4 มม.
กำลังสูงสุด 160 แรงม้าที่ 7,600 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 152 นิวตัน – เมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที
กำลังอัดสูงสุด 10.2: 1

เครื่องยนต์ B16 VTEC

เครื่องยนต์ B16 VTEC


Honda’s B16 VTEC engine, no one knows the seriousness of power and satisfaction, especially during the start of the V-Tech system that many people have been fascinated and searched for the B16A engine as a VTEC DOHC. First, on the Honda Civic EG, you can notice that it is a small VTEC by looking at the letters VTEC is smaller than the DOHC on the valve cap, then the look has been changed to the popular 3-door Civic.

Improved performance, increased torque, horsepower, big B16A VTEC (VTEC larger than DOHC) later changed to Civic EK or at home, we call it. The Civic is still the same engine. Honda has produced the Civic EK9, a three-door body with a B16B engine replacement, a very popular special tuning. Both on and off the race track.

Manufactured in year 1989-1991. Used bodywork HONDA INTEGRA XSI, HONDA CR-X SIR (EF8), HONDA CIVIC SIR (EF). Capacity 1,595 CC.
Cylinder x Stroke 81.0 x 71.4 mm
Maximum power 160 hp at 7,600 rpm
Maximum torque 152 Nm at 4,000 rpm
Maximum compression power 10.2: 1

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<


เครื่องยนต์ EJ20

เครื่องยนต์ EJ20 ของทาง Subaru ถ้าเราจะพูดถึงเครื่องยนต์ที่มีจุดเด่นและลักษณะ เฉพาะตัวอย่างเครื่องยนต์ Boxer จากค่าย Subaru ที่มีการจัดวางอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในเครื่องที่ไม่เหมือนใครโดยการจัดวางลูกสูบให้อยู่ในลักษณะเป็นแนวนอน (Horizontally – Opposed Engines) ด้วยความพิเศษนี้ทำให้รถยนต์รุ่นต่าง ๆ

จากค่าย Subaru ที่นำทีมด้วยรุ่นยอดฮิตอย่าง Subaru Impreza นั้นสร้างชื่อในการแข่งขันรูปแบบต่าง ๆ แต่ที่จัดเจนที่สุดก็คงจะเป็นการแข่งแบบทางลูกรังอย่าง World Rally Championship (WRC) ที่นอกจากที่ทำให้เครื่องยนต์ Boxer ของ Subaru 

เครื่องยนต์ EJ20

เครื่องยนต์ Boxer มีเครื่องยนต์ที่แตกต่างจากกระบอกสูบไลน์อย่างสิ้นเชิง ด้วยการจัดวางบล็อกกระบอกสูบที่เป็นลูกสูบแนวนอนเฉพาะ. การเคลื่อนไหวที่ตรงกันข้ามจะช่วยปรับสมดุลการสั่นสะเทือนภายในเครื่องยนต์ โดยการสูบนอนนี้จะทำให้การขับรถเป็นไปอย่างราบรื่น เมื่อเครื่องยนต์ในรอบสูงจะไม่ทำให้เครื่องยนต์สะบัดซ้ายขวาเหมือนเครื่องยนต์สูบแถว โดยที่ส่วนที่สำคัญอีกอย่างคือจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำจึงมีส่วนช่วยให้รถมีเสถียรภาพที่ดียิ่งขึ้น

ในพื้นที่สมดุลซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญยังมีสมมาตรแนวนอน (ซ้าย – ขวา) ที่ช่วยกระจายน้ำด้านหน้าเข้าสู่ล้ออย่างเท่าเทียมกัน ทำให้การเข้าโค้งมั่นคงทางตรงทำให้มีเสถียรภาพมากขึ้น แน่นอนว่าการออกแบบลูกสูบจะอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำ ทำให้พื้นที่ของชุดเครื่องยนต์นั้นลดลงซึ่งหากเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์แบบชุดกระบอกสูบตำแหน่งลูกสูบจะอยู่เหนือกระทะน้ำมัน แต่ยังคงต้องผ่านกลไกต่างๆเช่นก้านสูบ, เพลาข้อเหวี่ยงแล้วแต่ Boxer จะจัดตำแหน่ง. เพลาข้อเหวี่ยงอยู่ในตำแหน่งกลาง ตำแหน่งของก้านและกระบอกสูบจะอยู่ทางด้านข้างแทน ซึ่งพื้นที่นั้นจะน้อยลงซึ่งทำให้น้ำหนักของเครื่องยนต์เบาลงด้วย

เครื่องยนต์ EJ20
เครื่องยนต์ EJ20

Engine EJ20 of Subaru If we are talking about an engine that has strengths and characteristics. Only for example engine Boxer from Subaru has a unique internal device arrangement by placing the piston horizontally. (Horizontally – Opposed Engines) With this special, the different car models

From Subaru , who led the team with the popular Subaru Impreza, has made a name for itself in a variety of races, but the most experienced would be a dirt track like the World Rally Championship (WRC). ) Which other than that makes Subaru’s Boxer engine

Boxer engines have engines that are completely different from line cylinders. With a unique horizontal piston cylinder block arrangement. The opposite movement helps to balance vibrations within the engine. By smoking this sleep will make driving smoothly. When the engine at high rpm will not make the engine flick left and right like a row engine. Another important part is the low center of gravity, which contributes to better vehicle stability.

In the equilibrium area, which is the key, there is also a horizontal (left-right) symmetry that distributes the front water evenly into the wheel. Making cornering stable, straight way, making it more stable Of course, the piston design is positioned low. This causes the area of ​​the engine to be reduced, which, compared to the cylinder series engine, the piston position is above the oil pan But it still goes through mechanisms like connecting rods, crankshafts but Boxer will align. The crankshaft is in the middle position. The position of the stem and cylinder will be on the side instead. That space is less, which makes the engine weight lighter.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

SR20DET

ข้อมูลทั่วไปที่น่ารู้ของ SR20DET ฝาดำ คือ เป็นเครื่องยนต์อะลูมิเนียมทั้งบล็อก ควรตรวจวัดความโก่งของเสื้อสูบ เมื่อมีการเปิดฝาสูบ (นอกจากวัดความโก่งของฝาสูบ ที่ต้องทำอยู่แล้ว) ด้วยเหล็กวัดฝาสูบโดยเฉพาะ (STRAIGHTEDGE) วางพาดบนฝาสูบในมุมทแยง ค่ามาตรฐานให้มีระยะฟิลเลอร์สอดได้อยู่ที่ 0.03 มิลลิเมตร (0.0012 นิ้ว) 

ถ้าต้องการวัดสภาพหรือตรวจสอบเครื่องยนต์ทั่วไปด้วยมาตรวัดกำลังอัด ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 156 ปอนด์/ตารางนิ้ว หรือขั้นต่ำ 128 ปอนด์/ตารางนิ้ว และค่าแตกต่างระหว่างแต่ละกระบอกสูบไม่ควรเกิน 14 ปอนด์/ตารางนิ้ว ด้วยการหมุนจากไดสตาร์ทที่รอบเครื่องยนต์ประมาณ 300 รอบ/นาที 

บำรุงรักษาเครื่องยนต์ SR20DET รุ่นฝาดำพร้อมระบบวาล์วไฮดรอลิก. แต่มีความยืดหยุ่นดีเป็นเครื่องยนต์ที่ไม่ค่อยเลือกใช้น้ำมันเครื่องซึ่งสามารถใช้ค่าดัชนีความหนืดของน้ำมันเครื่องตั้งแต่ 30-60 เกรดคุณภาพน้ำมันเครื่องตั้งแต่ SG ขึ้นไป

SR20DET เครื่องซิ่ง
SR20DET

General information that you should know about SR20DET . Black cover is an all-aluminum engine block. Should measure the deflection of the cylinder block. When the cylinder head is opened (In addition to measuring the deflection of the cylinder head That must already be done) with a dedicated cylinder head gauge steel (STRAIGHTEDGE) . Place across the cylinder head diagonally. The standard value is to have the filler insertion distance of 0.03 mm (0.0012 inch).

If you want to measure the condition or inspect a general engine with a compression meter. The standard is 156 pounds / square inch or a minimum of 128 pounds / square inch. And the value difference between each cylinder should not exceed 14 pounds / square inch. With a spin from the starter at about 300 rpm.

Maintaining the SR20DET engine, black cover with hydraulic valve system. But with good flexibility, it is an engine that rarely chooses to use engine oil which can use the viscosity index of engine oil from 30-60 grades of engine oil quality from SG and up.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

เครื่องยนต์ JZ

เครื่องยนต์ JZ ที่ผลิตโดย Toyota ในการเปลี่ยนเครื่องยนต์ M คือ
เครื่องยนต์ 6 ลูกสูบแถวเรียง DOHC 24 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำผลิตและจำหน่ายตั้งแต่เดือนสิงหาคม 1990 ถึงมิถุนายน 1997 ผลิตสองรุ่น: 1JZ และ 2JZ เครื่องยนต์ทดแทนในปัจจุบันคือเครื่องยนต์ GR

เครื่องยนต์ 1JZ เป็นเครื่องยนต์วางตามยาวไปกับลำตัวรถ ปริมาตรความจุ 2,491 C.C. ความกว้างกระบอกลูกสูบ x ช่วงชัก 86 x 71.5 มี 6 ลูกสูบ แบบ 6 ลูกสูบเรียง (แบบ 6 ลูกสูบ DOHC 24 V.) มีเกียร์ M/T (เกียร์ธรรมดา) และ เกียร์ A/T (เกียร์อัตโนมัติ)

  • 1JZ GE ฝาเงิน (GE ฝาเงิน เป็นเครื่องยนต์ที่ไม่มีเทอร์โบ)

เครื่องยนต์ 1JZ-GE (ต่ำกว่าปี 96) แบบ DOHC 6 สูบแถวเรียง ความจุกระบอกสูบ 2491 cc. แรงม้า (PS/RPM) 180/6000 แรงบิด (KG-M/RPM) 24.0/ 4800 ความกว้าง x ช่วงชัก 86.0 x 71.5 กำลังอัด 8:1

  • 1JZ GE ฝาดำ (GE ฝาดำ เป็นเครื่องยนต์ที่ไม่มีเทอร์โบ)

เครื่องยนต์ 1JZ-GE (ปี 96 ขึ้นไป) แบบ DOHC 6 สูบแถวเรียง ความจุกระบอกสูบ 2491 cc. แรงม้า (PS/ RPM) 200/6000 แรงบิด (KG-M/RPM) 26.0/4000 ความกว้าง x ช่วงชัก 86.0 x 71.5 กำลังอัด 10.5:1

  • 1JZ-GE VVTi (GE VVTi เป็นเครื่องยนต์ที่ไม่มีเทอร์โบ) 200Hp/6000rpm แรงบิด 26.0Kg-m/4000rpm
  • 1JZ-GTE (GTE เป็นเครื่องยนต์ที่มีเทอร์โบ) 280Hp/6200rpm แรงบิด37.0Kg-m/4800rpm
  • 1JZ-GTE VVTi (GTE VVTi เป็นเครื่องยนต์ที่มีเทอร์โบ)) 280Hp/6200 แรงบิด38.5 Kg-m/2400rpm
  • 1JZ-FSE D4 VVTi( ฝาดำ เบนซินแบบฉีดตรง เป็นเครื่องยนต์ที่ไม่มีเทอร์โบ) 200Hp/6000rpm แรงบิด 26.0Kg-m/4000rpm
เครื่องยนต์ JZ

เครื่องยนต์ JZ

The JZ engine produced by Toyota in the M engine replacement is a water-cooled DOHC 24-valve in-line 6-cylinder engine, manufactured and sold from August 1990 to June 1997, produced two versions: 1JZ and 2JZ. Currently, the engine GR

The 1JZ engine is a longitudinal engine along the car body. Capacity 2,491 CC, cylinder width, piston x stroke 86 x 71.5, with 6 piston, 6 piston type (6 piston DOHC 24 V.), with M / T gear (manual transmission) and A / T gear (automatic transmission) < / p>

  • 1JZ GE silver cap (GE silver cap is a non-turbo engine)

Engine 1JZ-GE (under 96 years), 6-cylinder DOHC in-line, cylinder capacity 2491 cc. hp (PS / RPM) 180/6000 torque (KG-M / RPM) 24.0 / 4800 width x range. Stroke 86.0 x 71.5, compression power 8: 1

  • 1JZ GE black hood (GE black hood is a non-turbo engine)

Engine 1JZ-GE (Year 96+), 6-cylinder DOHC in-line, cylinder capacity 2491 cc. horsepower (PS / RPM) 200/6000 torque (KG-M / RPM) 26.0 / 4000 width x range. Stroke 86.0 x 71.5, compression force 10.5: 1

  • 1JZ-GE VVTi (GE VVTi is a non-turbo engine) 200Hp / 6000rpm torque 26.0Kg-m / 4000rpm
  • 1JZ-GTE (GTE is a turbo engine) 280Hp / 6200rpm Torque 37.0Kg-m / 4800rpm
  • 1JZ-GTE VVTi (GTE VVTi is a turbo engine)) 280Hp / 6200 Torque 38.5 Kg-m / 2400rpm
  • 1JZ-FSE D4 VVTi (black cap, petrol, direct injection It is a non-turbo engine) 200Hp / 6000rpm, torque 26.0Kg-m / 4000rpm

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

รู้ลึกเรื่องเครื่องยนต์

รู้ลึกเรื่องเครื่องยนต์ เมื่อเราพูดถึงเครื่องยนต์เรายังรู้ว่ามีคนใช้รถไม่น้อย สับสนกับการเรียกหรือจัดหมวดหมู่เครื่องยนต์แต่ละประเภทชื่อที่ถูกต้องคืออะไร? และทำไมถึงมีชื่อเช่นนี้? โดยเฉพาะเครื่องยนต์ที่มีลักษณะการวางตำแหน่งลูกสูบใกล้เคียงกันฉบับนี้ขอถือโอกาสแนะนำชื่อเครื่องยนต์แต่ละรุ่นที่ถูกต้อง และข้อดีข้อเสียของแต่ละรุ่นเป็นอย่างไร?

เครื่องยนต์แบบสูบเรียง

เครื่องยนต์อินไลน์ (INLINE ENGINE) เป็นเครื่องยนต์ที่เราคุ้นเคยมากที่สุด ชื่อบอกว่าเป็นเครื่องยนต์ในสายการผลิต นั่นหมายถึงจำนวนลูกสูบที่มีไม่ว่าจะเป็น 4, 5 หรือ 6 ก็จะอยู่ในแนวเดียวกันดังนั้นจึงเรียกว่าเครื่องยนต์แบบอินไลน์คำต่อท้ายที่ระบุว่า Crossed และวางตามยาวมีความหมายดังต่อไปนี้ Engine crosswise คือแนวลูกสูบของเครื่องยนต์ที่วางตามแนว ความกว้างของรถ เหมือนรถขับเคลื่อนล้อหน้าทั่วไปส่วนเครื่องยนต์ตามยาวเส้นลูกสูบจะวางตามแนวยาวของรถเห็นได้ชัดในรถกระบะที่เราใช้อยู่ ในรถเก๋งบางรุ่นจะวางเครื่องยนต์ตามแนวยาว แต่ยังมีระบบขับเคลื่อนล้อหน้า

ข้อดีของเครื่องยนต์ประเภทนี้คือต้นทุนต่ำและการออกแบบการติดตั้งที่ง่ายและการก่อสร้างที่เรียบง่าย ดูแลรักษาง่ายข้อเสียคือความนุ่มนวลในการทำงาน ในเครื่องยนต์อินไลน์ 4 หรือ 5 สูบจะมีความนุ่มนวลในการทำงานมากกว่าเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียงหรือรูปตัววี

เครื่องยนต์แบบสูบเรียง

เครื่องยนต์สูบวี

เครื่องยนต์แบบตัววี (V-TYPE ENGINE) เป็นเครื่องยนต์สองแถว (BANK) ฝาสูบแยกข้างใครข้างมัน ข้อดีของเครื่องยนต์บล็อก V คือในจำนวน 6 หรือ 8 สูบจะสั้นกว่าเครื่องยนต์แบบอินไลน์ ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างราบรื่น นุ่มนวลมากขึ้นสามารถวางไว้ในห้องเครื่องได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้การออกแบบตัวรถทำได้อย่างอิสระ ส่วนใหญ่วางไว้ที่มุม 60 และ 90 องศา แต่ไม่ใช่กฎตายตัว ขึ้นอยู่กับการออกแบบของวิศวกรแต่ละค่ายแม้ว่าเครื่องยนต์จะแบ่งออกเป็น 2 แถว แต่ก็ยังใช้ข้อเหวี่ยงเหมือนเดิม ข้อดีอีกอย่างของเครื่องยนต์ประเภทนี้คือทำให้เครื่องยนต์มีแรงบิดสูงกว่าในรอบต่ำกว่า

แต่ผู้ผลิตชาวอเมริกันจะชอบดีไซน์ของลูกสูบให้อยู่ตรงข้ามกัน ให้ก้านสูบร่วมข้อเหวี่ยงหมายถึงปลายก้านสูบติดตั้งอยู่บนข้อเหวี่ยงเดียวกัน สำหรับฝั่งยุโรปและญี่ปุ่นนิยมใช้ข้อเหวี่ยงแยกกันแม้ว่าจะจับคู่กันก็ตามซึ่งมีปรมาจารย์หลายคนให้ความเห็นว่าแถบอเมริกาเป็นเครื่องแบบบล็อก V แท้ๆ ฝั่งที่ปลายข้อเหวี่ยงแยกออก เครื่องวิตามิน แต่ข้อความเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจว่าเครื่องยนต์ The Blok V คือการแบ่งบล็อกกระบอกสูบเป็น 2 แถวจะจับข้อเหวี่ยงอย่างไร? มันขึ้นอยู่กับวิศวกรไม่ว่าจะด้วยวิธีใดจะเรียกว่าชุดบล็อก V เดียวกัน บาง บริษัท ทำเครื่องยนต์ BLOCK V แต่มี 5 สูบเช่นค่าย Volkswagen ที่รูปลักษณ์ทางวิศวกรรมไม่สมดุล เพราะด้านหนึ่งมี 3 สูบด้านหนึ่งมี 2 สูบซึ่งเป็นเหตุให้ทีมวิศวกรต้องออกแบบชุดบาลานซ์เพลาเพิ่ม

ทำให้ไม่จำเป็นต้องเพิ่มชิ้นส่วนเครื่องยนต์บล็อกวีสามารถออกแบบให้มีความจุมากเช่น 5,000-6,000 ซีซีโดยมีจำนวนกระบอกสูบตั้งแต่ 8, 10 หรือ 12 สูบโดยใช้ห้องเครื่องที่คล้ายกับการใช้ 6- กระบอกสูบเครื่องยนต์ในบรรทัด แต่ต้องการความกว้างด้านบนเพิ่มเติมเท่านั้น อีกเล็กน้อยเช่นรถยนต์จาก Mercedes-Benz หรือ BMW ในรถคันเดียวกันสามารถวางเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียงและ V-6 หรือ V-8 สูบขนาดใหญ่ได้สบาย ๆ ข้อเสียของเครื่องยนต์รุ่นนี้คือในเรื่องของชิ้นส่วนและความแข็งแรงที่ต้องสูงขึ้นส่งผลโดยตรงให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น

เครื่องยนต์สูบวี

เครื่องยนต์สูบนอน

BOXER / HORIZONTALLY OPPOSED ENGINES คือเครื่องยนต์ที่เราเรียกมันว่า เครื่องยนต์แนวนอนข้อดีประการแรกของเครื่องยนต์นี้คืออยู่ในแนวนอน หรือวางทำมุม 180 องศาทำให้เครื่องยนต์มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำมากเราจะเห็นเครื่องยนต์แบบนี้ในรถยนต์สมรรถนะสูง แต่มีข้อยกเว้นสำหรับรถยนต์ Volkswagen ซึ่งเป็นรถยนต์ราคาประหยัด ในที่นี้เราจะพูดถึงค่ายรถยนต์ปอร์เช่และซูบารุซึ่งทั้งสองรุ่นเป็นรถที่มีสมรรถนะสูง การวางตำแหน่งเครื่องยนต์นี้ ทำให้สามารถออกแบบรถที่มีช่องลมได้มากซึ่งการออกแบบลักษณะนี้ถือเป็นข้อดีสำหรับรถซูเปอร์คาร์ แต่ข้อเสียคือความนุ่มนวลในการทำงานต่ำกว่าเครื่องยนต์อื่น ๆ ในขณะที่เครื่องยนต์กำลังทำงานการสั่นของเครื่องยนต์จะรับรู้ได้อย่างชัดเจน เสียงของการทำงานแปร่ง ๆ นที่นี้เราจะพูดถึงค่ายรถยนต์ปอร์เช่และซูบารุซึ่งทั้งสองรุ่นเป็นรถที่มีสมรรถนะสู เหมือนเครื่องวิ่งไม่เรียบจนหลายคนเปรียบเทียบว่าเสียงเครื่องยนต์แบบนี้เหมือนเครื่องทำข้าวโพดคั่วถ้านึกไม่ออกให้ลองยืนใกล้ ๆ เครื่องคั่วข้าวโพดรอให้ข้าวโพดแตก เสียงนั้นคล้ายกับการทำงานของเครื่องยนต์นี้มาก

เครื่องยนต์สูบนอน

เครื่องยนต์สูบนอน

เครื่องยนต์กระบอกสูบเยื้อง (W-TYPE ENGINE) เป็นเครื่องยนต์ที่ได้รับการพัฒนาต่อเนื่องจากเครื่องยนต์บล็อกวี แทนที่จะจัดตำแหน่งลูกสูบในแต่ละด้านให้เหมือนกันแทนที่จะวางตำแหน่งตรงข้ามกันเล็กน้อยข้อดีคือสามารถลด

กลับมาที่เครื่องยนต์ W-TYPE การวางตำแหน่งของเครื่องยนต์นี้ใช้พื้นฐานของบล็อก V เป็นต้นแบบและเพิ่มแถวกลางของลูกสูบมันกลายเป็น แต่เพิ่มความกว้างของฝาสูบให้มากขึ้น เครื่องยนต์ 3 แถวเหมือน W12 ตอนนั้นจะกลายเป็นเครื่องยนต์ 3 สูบ 4 สูบ ล่าสุดแบรนด์ Volkswagen นำเครื่องยนต์นี้เข้าสู่ตลาด การวางตำแหน่งของฝาสูบจะวางเหมือนกระบอกสูบตัววี แต่เพิ่มความกว้างของฝาสูบให้มากขึ้นเพื่อให้ลูกสูบเยื้องลงเล็กน้อยทำให้ความยาวรวมสั้นลงเหตุใดเครื่องยนต์ประเภทนี้จึงได้รับโมเมนตัมและเป็นที่รู้จักเมื่อไม่นานมานี้? นั่นเป็นเพราะในอดีตวิชาโลหะวิทยายังไม่ก้าวหน้าเท่าปัจจุบันเทคโนโลยีก็ดี แต่เรื่องโลหะวิทยายังล้าหลัง จึงไม่สามารถผลิตในเชิงพาณิชย์ได้เนื่องจากความทนทานของชิ้นส่วนต่ำมากเช่นเดียวกับเทอร์โบแปรผัน และเครื่องยนต์คอมมอนเรลถือเป็นเทคโนโลยีที่เก่าแก่มาก แต่เพิ่งผลิตเป็นเชิงพาณิชย์เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมารู้ลึกเรื่องเครื่องยนต์

เครื่องยนต์กระบอกสูบเยื้อง

เครื่องยนต์สูบหมุน

เป็นเทคโนโลยีของ Masda ที่ใช้ลูกสูบสามเหลี่ยมหรือเรียกว่าโรเตอร์ที่มีลักษณะคล้ายข้าวปั้นสามเหลี่ยมของญี่ปุ่น ข้อดีของเครื่องยนต์รุ่นนี้คือประสิทธิภาพของโรเตอร์หนึ่งตัวที่จุดไฟได้ถึง 3 ครั้งในการหมุน 1 ครั้งทำให้เป็นเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะสูงและมีปริมาตรน้อยกว่าเครื่องยนต์ แต่ก็ยังถือว่าเป็นจุดอ่อนของเครื่องยนต์รุ่นนี้ข้อดีของเครื่องยนต์นี้มีความคล้ายคลึงกัน ด้วยบ็อกเซอร์นั่นคือมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำสามารถออกแบบ ทั่วไปข้อเสียคือความแข็งแกร่ง ซีลปลายใบพัดที่ทนทานซึ่งยังคงมีจุดอ่อนแม้ว่าตอนนี้จะมีความก้าวหน้าไปมาก แต่ก็ยังถือว่าเป็นจุดอ่อนของเครื่องยนต์รุ่นนี้ข้อดีของเครื่องยนต์นี้มีความคล้ายคลึงกัน ด้วยบ็อกเซอร์นั่นคือมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำสามารถออกแบบตัวรถให้มีความคล่องตัวสูงมีขนาดและน้ำหนักที่เล็กกว่าเครื่องยนต์อื่น ๆ เครื่องยนต์โรตารี่ เป็นเครื่องยนต์แบบสันดาปภายใน   มีลักษณะการสันดาปแบบเดียวกันกับในรถคันโปรดของคุณ  แต่ว่ามันมีความแตกต่าง   เพราะมันไม่ใช่เครื่องยนต์แบบลูกสูบ

เครื่องยนต์สูบหมุน

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

เครื่องยนต์ BMW B58 TU1

เครื่องยนต์ BMW B58 TU1 เปิดตัวในปี 2558 B58 แทนที่ 3.0 ลิตรและทำหน้าที่เป็นรุ่นต่อจากตระกูลเครื่องยนต์ N55 เทอร์โบอินไลน์ – หกได้รับการอัพเกรดทางเทคนิค TU1 ที่ 2018 Aachen Colloquium for Engine Technology และตามข้อกำหนดของBMWข้อกำหนดของ OL มีหน้าที่อย่างมากในการส่งมอบแรงม้า 388 แรงม้า (382 แรงม้า) และแรงบิด 500 นิวตันเมตร (369 ปอนด์ฟุต) เพลงเต็ม.

Fluke หรือไม่ผลลัพธ์ของ B58 TU1 OL สะท้อนจาก Z4 ด้วยช่วงขยายในขณะเดียวกัน B58 TU1 ML มี 340 PS (335 hp) และ 450 หรือ 500 Nm (332 หรือ 369 lb-ft) เมื่อพิจารณาถึงเวลาสถาปัตยกรรมเครื่องยนต์นี้จะถูกนำมาใช้อย่างสมบูรณ์กับ S58 ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นหัวใจหลักของทั้งสี่ รุ่นสมรรถนะ: M3, M4, X3 M และ X4 M.

แล้ว B58 กับ B58 TU1 ต่างกันอย่างไร? ประการแรกระบบฉีดตอนนี้ทำงานที่แรงดันสูงถึง 350 บาร์เทียบกับ 200 บาร์ก่อนหน้า การเพิ่มความดันเป็นปัจจัยสำคัญในการลดปริมาณเขม่าและเป็นไปตามขั้นตอนการทดสอบยานพาหนะขนาดเล็กที่สอดคล้องกันทั่วโลกเราควรตั้งตารอการลดลงของ “มากกว่า 50%”

ระบบหัวฉีดเสริมด้วยโซ่ขับแบบชิ้นเดียวที่กำจัดล้อฐานของสองเฟรมก่อนหน้านี้ การออกแบบรางสไลด์ที่ได้รับการปรับให้เหมาะสมเป็นอีกคุณสมบัติหนึ่งซึ่งสัญญาว่าจะมีแรงเสียดทานน้อยกว่าในการขับเคลื่อนโซ่ ยิ่งไปกว่านั้น BMW เสนอราคาที่ดีกว่า 30 เปอร์เซ็นต์

เครื่องยนต์ BMW B58 TU1
เครื่องยนต์ BMW B58 TU1

The BMW B58 TU1 engine was introduced in 2015, the B58 replaces the 3.0 liter and serves as the successor to the engine family. The N55 turbo inline-six is ​​technically upgraded to TU1 at the 2018 Aachen Colloquium for Engine Technology and to BMW specifications, the OL specification is heavily responsible for delivering 388 horsepower (382 hp) and 500 Nm of torque. Meter (369 lb. ft.) Full song.

The injection system is supplemented by a one-piece chain drive that eliminates the base wheels of the previous two frames. Optimized slide rail design is another feature which promises less friction in chain drives. On top of that, BMW offers a 30 percent better price.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

เครื่องยนต์แบบสูบวี

เครื่องยนต์แบบสูบวี (V-TYPE ENGINE) เป็นเครื่องยนต์ที่มีการแบ่งเป็นสองแถว (BANK) ฝาสูบแยกอิสระฝั่งใครฝั่งมัน ข้อดีของเครื่องยนต์แบบบลอควี คือ ในจำนวน 6 หรือ 8 สูบ จะสั้นกว่าเครื่องแบบแถวเรียง ทำให้การทำงานของเครื่องยนต์มีความนุ่มนวล ราบเรียบมากกว่า สามารถวางในห้องเครื่องยนต์ได้ง่ายกว่า ส่งผลให้การออกแบบตัวรถทำได้อย่างอิสระ ส่วนใหญ่จะวางทำมุม 60 และ 90 องศาเป็นหลัก

แต่ไม่ใช่หลักเกณฑ์ที่ยึดตายตัว ขึ้นอยู่กับการออกแบบของวิศวกรแต่ละค่าย แม้ว่าเครื่องยนต์จะแบ่งเป็น 2 แถว แต่ยังใช้ข้อเหวี่ยงเดียวกัน ข้อดีอีกอย่างของเครื่องยนต์ลักษณะนี้ คือ ทำให้เครื่องยนต์มีแรงบิดสูงในรอบที่ต่ำกว่า

แต่ผู้ผลิตในแถบอเมริกา จะนิยมการออกแบบให้ลูกสูบอยู่ตรงข้ามกัน ให้ก้านสูบใช้ข้อเหวี่ยงร่วมกันหมายถึง ปลายก้านสูบจะยึดบนข้อเหวี่ยงช่องเดียวกัน ส่วนฝั่งยุโรปและญี่ปุ่น นิยมใช้ข้อเหวี่ยงที่แยกกัน แม้จะวางคู่กันก็ตาม ซึ่งมีเกจิอาจารย์หลายท่านให้ความเห็นว่า แถบอเมริกานั้นเป็นเครื่องแบบบลอควีแท้ๆ ส่วนฝั่งที่ปลายข้อเหวี่ยงแยกกันเรียกว่า เครื่องวีเทียม แต่ข้อให้ผู้อ่านเข้าใจว่า

เครื่องยนต์บลอควี คือ การแบ่งเสื้อสูบออกเป็น 2 แถว ส่วนข้อเหวี่ยงจะจับอย่างไร ? มันขึ้นอยู่กับวิศวกร ไม่ว่าจะแบบไหนก็เรียกว่า เครื่องแบบบลอควีเหมือนกัน ในบางค่ายทำเครื่องยนต์บลอควี แต่มี 5 สูบก็มี เช่น ค่าย โฟล์คสวาเกน ซึ่งการมองในเชิงวิศวกรรมจะเห็นว่ามันไม่ค่อยสมดุล เพราะฝั่งหนึ่งมี 3 สูบ ฝั่งหนึ่งมี 2 สูบ ซึ่งทำให้ทีมวิศวกรต้องออกแบบชุดเพลาสมดุลเพิ่มเข้ามา

ทำให้กลายเป็นการเพิ่มชิ้นส่วนโดยไม่จำเป็น เครื่องยนต์แบบบลอควีนั้น สามารถออกแบบให้มีความจุมากๆ เช่น 5,000-6,000 ซีซี ที่มีจำนวนกระบอกสูบตั้งแต่ 8, 10 หรือ 12 สูบได้ โดยใช้ห้องเครื่องยนต์ที่ใกล้เคียงกับการใช้เครื่องยนต์แบบแถวเรียง 6 สูบ

เพียงแต่ต้องการความกว้างด้านบนเพิ่มอีกเล็กน้อย เช่น รถจากค่าย เมร์เซเดส-เบนซ์ หรือ บีเอมดับเบิลยู ในรถรุ่นเดียวกัน สามารถวางเครื่องยนต์แบบแถวเรียง 6 สูบ และวี 6 หรือใหญ่ขนาดวี 8 สูบได้สบายๆ ข้อเสียของเครื่องยนต์แบบนี้ก็มีในเรื่องของชิ้นส่วน และความแข็งแรงที่ต้องมีสูงกว่า ส่งผลโดยตรงในเรื่องของต้นทุนการผลิตสูงขึ้น

V-TYPE ENGINE is a two-row engine (BANK). The cylinder head is independent. The advantage of the Blox engine is that in 6 or 8 cylinders it is shorter than the line array. Makes the operation of the engine smooth More smooth

Can be easily placed in the engine room Resulting in the design of the car freely Most will mainly be angled at 60 and 90 degrees, but not fixed rules. Depending on the design of the engineers in each camp Although the engine is divided into 2 rows, but still use the same crank Another advantage of this engine is that it allows the engine to have higher torque at lower rpm.

But manufacturers in America Would like to design that the piston is opposite Allow the connecting rod to use the crank together, meaning The end of the connecting rod is mounted on the same crank. As for Europe and Japan

Commonly used separate crank Even if placed in pairs In which many monks commented that The United States of America is a real blocky uniform.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

รถเอฟวัน ราคาเท่าไหร่?

การแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก ได้ชื่อว่าเป็นกีฬาที่เร็วและมีมูลค่าสูงที่สุดในโลก รู้หรือไม่ว่ารถเอฟวัน 1 คันที่ นักขับระดับโลกอย่าง ลูอิส แฮมิลตัน และเซบาสเตียน เวทเทล ขับแข่งขันในแต่ละสนาม สนนราคาคันละเท่าไหร่ วันนี้ Tonkit360 มีตัวเลขมาฝากกัน

 ตามรายงานจาก “บิลด์” สื่อชั้นนำของเยอรมนี เผยถึงงบประมาณการทำทีมในปี 2018 ปรากฎว่า เมอร์เซเดส จีพี คือทีมที่ใช้งบประมาณมากที่สุดถึงปีละ 526 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1.7 หมื่นล้านบาท และรถแข่ง 1 คัน ของพวกเขาราคาอยู่ที่ 7.2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 240 ล้านบาทเลยทีเดียว

รถเอฟวัน ราคาเท่าไหร่?
เรามาดูกันเลยแต่ละชิ้นส่วนราคาเท่าไหร่กันบ้าง

ปีกหน้า: 6.5 ล้านบาท
นี่คือชิ้นส่วนสำคัญที่ทำให้รถวิ่งได้อย่างรวดเร็วตามที่ต้องการ กล่าวกันว่า Downforce นั้นมีค่าร้อยละ 25 ของการปรับปีกด้านหน้า

ตัวถัง +โมโนค็อก  : 40 ล้านบาท
ส่วนสำคัญสองอย่างที่ทำให้ F-1 ดูเหมือนที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้นั้นมาจากร่างกายไปจนถึง monocoque วัสดุส่วนใหญ่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ที่เบาและทนทาน

ยาง 60,000 บาท
ชุดยาง Pirelli เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้รถได้รับความเร็วเต็มที่เนื่องจากเป็นเพียงส่วนหนึ่งของรถที่สัมผัสกับพื้นผิวถนนเสียงเหมือนราคาอาจถูกกว่ายาง Run Flat ของรถสปอร์ตของเรา แต่สวมใส่ อย่าลืมว่านี่เป็นราคาที่ไม่รวมภาษีนำเข้า

ระบบซอฟต์แวร์: 3.2 ล้านบาท
นี่คืออุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลทั้งหมดในรถกับทีมที่ด้านข้างของสนามในเวลาจริง ข้อมูลบางอย่างที่คนอย่างเราอาจเคยเห็นในระหว่างการถ่ายทอดสดเช่นข้อมูลเกี่ยวกับการใช้เบรกตัวเร่งความเร็วและระบบไฟฟ้า

พวงมาลัย: 2.3 ล้านบาท
นี่เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้คุมในห้องนักบิน เพราะพวงมาลัยเป็นอุปกรณ์ที่ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทุกอย่างในรถซึ่งในทุก ๆ ไดรฟ์ผู้ขับขี่จะต้องถอดพวงมาลัยก่อนทุกครั้งที่จะเข้าไปในรถ

เครื่องยนต์: 150 ล้านบาท
หัวใจสำคัญของความเร็วและพลังคือเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ V6 1.6 ลิตรที่ 900 แรงม้าประกอบด้วยชิ้นส่วนย่อย 1,000 ชิ้นใช้เวลา 80 ชั่วโมงในการประกอบ 1 เครื่องยนต์ ราคานี้รวมค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาเช่นกัน

กล่องเกียร์: 20 ล้านบาท
ในปัจจุบันเกียร์ใน F1 Set up เป็นเกียร์เดินหน้า 8 สปีดสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ในเวลา 0.0001 วินาทีเป็นเกียร์อัตโนมัติกึ่งอัตโนมัติที่ทันสมัยที่สุดในโลก

เบรค: 6.5 ล้านบาท
เบรคของ F-day สามารถเบรกจาก 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพื่อหยุดใน 2.9 วินาทีหรือใช้ระยะเบรกเพียง 65 เมตรซึ่งดิสก์เบรกต้องทนความร้อนสูงถึง 2,500 องศาเซลเซียส

ท่อไอเสีย 7.5 ล้านบาท
ความร้อนจากไอเสียที่อุณหภูมิสูงถึง 900 องศาเซลเซียสจะถูกปล่อยผ่านไอเสียด้านหลังของรถแม้ในช่วง 2-3 ฤดูกาลที่ผ่านมา จากการเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็น 1.6 ลิตรจะมีนักวิจารณ์ว่าเสียงจากเครื่องยนต์และเสียงไอเสียไม่เป็นที่น่าพอใจเหมือนครั้งก่อน

ปีกหลัง: 5 ล้านบาท
ร้อยละ 30 ของการตกต่ำจากรถยนต์จากปีที่แล้ว ปัจจุบัน F-1 มีระบบปีกหลังแบบปรับได้ รู้จักกันในนาม DRS มันเป็นกุญแจสำคัญในการเร่งความเร็วในทิศทางตรง

รถเอฟวัน ราคาเท่าไหร่?

The world championship Formula One car has been developed faster and has the highest value in the world or whether it is a world class car. The final match at Tensuka Japan Stadium one by one. Tonkit360 now have numbers.

According to reports from “Build”, the leading German media on the budget of the team in 2018, it appears that the team that uses the most budget is up to 526 million US dollars or about 1.7 billion baht and 1 car. Priced at 7.2 million US dollars, or about 240 million baht ever.

Let’s see how much each piece is.

Front wing: 6.5 million baht
This is an important part of the car that runs as fast as needed. Downforce is said to be 25 percent of the front wing adjustment.

Body + Mono cock: 40 million baht
The two key parts that make the F-1 look like what we see today are from the body to the monocoque. Most materials are made from light and durable carbon fiber.

60,000 baht tires
Pirelli tire set is an important element that helps the car to get full speed as it is just one part of the car that touches the road surface.It sounds like the price may be cheaper than the run flat tires of our sports cars, but to wear, don’t forget that this is the price. Not including import tax

Software system: 3.2 million baht
This is a device that can connect all the data in the car with the team on the side of the field in real time. Some of the information that people like us may have seen during the

Steering wheel: 2.3 million baht
This is the most important equipment for the guards in the cockpit. Because the steering wheel is a device that the driver can control everything in the car, which in

Motor: 150 million baht
At the heart of speed and power are the 1.6-liter V6 turbo-charged engine at 900 horsepower, consisting of 1,000 sub-parts. It takes 80 hours to assemble 1 engine.

Gear box: 20 million baht
At present, the gear in F1 Set up is an 8 speed forward gear. The gear can be shifted in 0.0001 seconds. It is the world’s most advanced semi-automatic automatic transmission.

Brake: 6.5 million baht
F-day brakes can brake from 200 kilometers per hour to stop in 2.9 seconds or use a brake distance of only 65 meters, which the disc brake must withstand heat up to 2,500 degrees Celsius.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

สาระน่ารู้รถยนต์รุ่นใหม่

สาระน่ารู้รถยนต์รุ่นใหม่ เครื่องยนต์ยุคใหม่มีขนาดเล็กลง (ENGINE DOWNSIZING) แต่ประสิทธิภาพสูงขึ้น ควรดูแลอย่างไร

ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีในปัจจุบัน มีส่วนช่วยให้เกิดการพัฒนา และก้าวข้ามข้อจำกัด โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านยานยนต์ ซึ่งเครื่องยนต์ในยุคปัจจุบันนั้น ต่างก็ได้รับการพัฒนาศักยภาพให้สูงขึ้น ในขณะที่ขนาดเครื่องยนต์มีความจุที่น้อยลง หรือที่เรียกกันว่า “Engine Downsizing” ซึ่งเป็นการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าไปช่วยในเรื่องของการจุดระเบิด และการเผาไหม้ ส่งผลให้มีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่น้อยลง และลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่กลับได้ประสิทธิภาพในการเผาไหม้ดีขึ้น ส่งผลให้มีสมรรถนะการขับขี่ที่ดีขึ้น

แต่ทว่าเครื่องยนต์ที่ถูกลดขนาดความจุนั้น ชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ก็จะต้องแบกรับภาระ และทำงานหนักขึ้นกว่าเดิมเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นลูกสูบ หรือผนังกระบอกสูบ ที่มีการจุดระเบิดที่เร็วขึ้น ทำให้เกิดการเสียดสีสูงขึ้น รวมไปถึงการนำเทอร์โบเข้ามาช่วยอัดอากาศ เพื่อให้มีการจุดระเบิดที่แรงขึ้น ทำให้เครื่องยนต์ยุคใหม่นั้น มีความร้อนสะสมที่สูงกว่า “น้ำมันเครื่องคุณภาพสูง” จึงเป็นหัวใจสำคัญ ที่จะช่วยปกป้องดูแลให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น

คุณสมบัติของ น้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์ยุคใหม่

  1. ให้ประสิทธิภาพในการหล่อลื่น ช่วยลดแรงเสียดทาน หรือลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ได้
  2. ทนต่อความร้อนได้สูง รักษาความหนืดของตัวน้ำมันได้ดี
  3. ให้การปกป้องชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์
  4. สามารถลดคราบเขม่า และช่วยทำความสะอาดเครื่องยนต์
  5. มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

ซึ่งคุณสมบัติทั้ง 5 ประการนั้น ถือเป็นปัจจัยหลักในการเลือกน้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์ยุคใหม่ โดยคุณสมบัติทั้งหมดนั้น มีอยู่ในน้ำมันเครื่อง วาโวลีน ซินพาวเวอร์ เอ็มเอสที น้ำมันเครื่อง อัลตร้าฟูลลี่ซินเธติค สังเคราะห์แท้ 100% เกรดสูง ผลิตจากน้ำมันพื้นฐานสังเคราะห์คุณภาพสูงสุด ผสมสารเพิ่มคุณภาพผลิตจากเทคโนโลยีล่าสุดลิขสิทธิ์เฉพาะของวาโวลีน ให้การปกป้องสูงสุด ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพสูงสุดในทุกสภาวะการขับขี่และทุกอุณหภูมิการทำงาน ออกแบบเฉพาะสำหรับรถเก๋งเครื่องยนต์ดีเซลที่ติดตั้งอุปกรณ์กรองเขม่า (DPF) ตามมาตราฐานไอเสีย EuroV/VI ยังเหมาะสาหรับเครื่องยนต์เบนซินแบบหัวฉีดในยานยนต์สมรรถนะสูง เช่น รถสปอร์ต รถซุปเปอร์คาร์ และรถยนต์รุ่นใหม่ในปัจจุบัน

สาระน่ารู้รถยนต์รุ่นใหม่

Knowledge about new car models Modern engine is smaller (ENGINE DOWNSIZING) but higher performance. How should you take care?

Must admit that current technology Contribute to the development And overcome limitations Especially automotive technology In which the current engine Both have been developed to be higher. While the engine size has less capacity Also known as “Engine Downsizing”, which is the introduction of new technology. To help with the matter of ignition

However, the reduced capacity engine Internal parts of the engine will have to bear the burden. And working harder than before as well Whether piston Or cylinder wall That has a faster ignition Causing increased friction Including bringing turbo to help compressed air In order to have a stronger ignition

Properties of Engine oil for modern engines

  1. Effective lubrication Helps reduce friction Or reduce engine wear.
  2. Highly resistant to heat. Maintain viscosity of the oil well.
  3. Protect engine components
  4. Can reduce soot. And helps clean the engine.
  5. Long service life

All 5 qualities are considered the main factors in choosing engine oil for modern engines. All of those qualities Available in engine oil, Valvoline Synthesis, Power MST. Engine oil Ultra Full Synthetics 100% synthetic, high grade, produced from the highest quality synthetic base oil Mixed with quality additives, produced from the latest technology, licensed by Wavoline.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

เครื่องยนต์V12

เครื่องยนต์V12 สำหรับเครื่องยนต์บล๊อกได้ร่วมมือพัฒนากับ Cosworth โดยเป็นแบบ เบนซิน V12 ขนาด 6.5 ลิตร ไร้ระบบอัดอากาศใดๆทั้งสิ้น ซึ่งกล่าวกันว่า นี่คือเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบไร้ระบบอัดอากาศที่ให้ประสิทธิภาพดีที่สุด โดยมีกำลังสูงสุดถึง 1,013 แรงม้า

(PS) แรงบิดสูงสุด 740 นิวตันเมตร รอบเครื่องยนต์สูงสุด 11,100 รอบ/นาที ขณะเดียวกันถ้านำไปเทียบอัตราแรงม้า (PS) ต่อความจุกระบอกสูบ 1 ลิตร จะได้ตัวเลขออกมาราว 156 แรงม้า (PS)/ลิตร

อย่างไรก็ดี Valkyrie ยังไม่พอใจในความแรงเพียงแค่นั้น เพื่อศักดิ์ศรีของความเป็นรถยนต์ Hypercar จึงได้การเพิ่มพลังขึ้นไปอีก ด้วยการพ่วง มอเตอร์ไฟฟ้า ในระบบ Hybrid ที่ช่วยบูสท์อัตราเร่งในบางช่วงจังหวะ ส่งผลให้พละกำลังสูงสุดเมื่อรวมการทำงานของทั้ง 2 ระบบแล้วนั้น จะได้ตัวเลขสุทธิออกมาอยู่ที่ 1,145 แรงม้า (PS)

เครื่องยนต์V12

อย่างไรก็ดี Valkyrie ยังไม่พอใจในความแรงเพียงแค่นั้น เพื่อศักดิ์ศรีของความเป็นรถยนต์ Hypercar จึงได้การเพิ่มพลังขึ้นไปอีก ด้วยการพ่วง มอเตอร์ไฟฟ้า ในระบบ Hybrid ที่ช่วยบูสท์อัตราเร่งในบางช่วงจังหวะ ส่งผลให้พละกำลังสูงสุดเมื่อรวมการทำงานของทั้ง 2 ระบบแล้วนั้น จะได้ตัวเลขสุทธิออกมาอยู่ที่ 1,145 แรงม้า (PS) เลยทีเดียว

เครื่องยนต์V12
เครื่องยนต์V12

แต่กว่าจะแรงได้ขนาดนี้ Lamborghini Aventador ก็ได้รับการพัฒนามาจากบริษัทในเมืองโบโลญ่า ประเทศอิตาลี ซึ่งความพิเศษของรุ่นนี้ก็จะมาพร้อมกับระบบเกียร์อัจฉริยะ ISR (Independent Shifting Rods) ที่จะทำให้การเปลี่ยนเกียร์ในแต่ละครั้งของผู้ขับเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ใช้เวลาน้อยกว่าระบบเกียร์ Dual-Clutch กว่า 50 %

และตัวเครื่องเกียร์ที่มีน้ำหนักเบา ทั้งนี้ยังมาพร้อมกับฟังก์ชันเกียร์ที่มีให้เลือกถึง 3 แบบ ได้แก่ Strada โหมดปกติกระจายแรงขับล้อหน้า 40 % ล้อหลัง 60% , Sport เหมาะสำหรับผู้ที่รักความเร็วกระจายแรงขับล้อหน้า 20 % ล้อหลัง 80%  และ Corsa สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมเกียร์เอง ซึ่งตัวรุ่นนี้ยังมีระบบ launch control ที่ช่วยให้การออกตัวของคุณเป็นไปด้วยความนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น จึงทำให้เกิดความคล่องแคล่วสะดวกสบาย

เครื่องยนต์V12

V12 engine For the engine block, developed with Cosworth, a 6.5-liter V12 petrol engine without any compressed air. Which is said to This is an internal combustion engine without compressed air that provides the best performance. With a maximum power of 1,013 horsepower.

maximum torque of 740 newton meters, maximum engine speed of 11,100 rev / min. At the same time, if compared to the horsepower (PS) per 1 liter cylinder capacity, the figure will be produced at 156 horsepower (PS) / Liters

However, Valkyrie is not satisfied with just that strength. For the prestige of being a Hypercar, power is further enhanced by attaching an electric motor in a Hybrid system that helps boost the acceleration at certain intervals. Resulting in maximum power. When combined with the performance of both systems, the net number is 1,145 horsepower (PS).

However, Valkyrie is not satisfied with just that strength. For the prestige of being a Hypercar, power is further enhanced by attaching an electric motor in a Hybrid system that helps boost the acceleration at certain intervals. Resulting in maximum power. When combined with the performance of both systems, then the net numbers will come out at 1,145 horsepower (PS).

But to be this strong, Lamborghini Aventador has been developed by a company in Bologna, Italy, which the specialty of this model will come with the intelligent ISR (Independent Shifting Rods) gear system that will make the gear shift in Each time the driver is fast. 50% less time than the dual-clutch transmission

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<