คลังเก็บป้ายกำกับ: #รอบรู้เรื่องรถ

เครื่องยนต์ B16 VTEC

เครื่องยนต์ B16 VTEC ของฮอนด้าคงไม่มีใครไม่รู้จักถึงความจริงจังของความแรงและความพึงพอใจโดยเฉพาะในช่วงที่ระบบ V-Tech เริ่มทำงานจนหลายคนหลงใหลและสามารถค้นหาเครื่องยนต์ B16A ถือเป็น VTEC DOHC ตัวแรกใน Honda Civic EG คุสามารถสังเกตได้ว่าเป็น VTEC ขนาดเล็กโดยดูที่ตัวอักษร VTEC จะเล็กกว่า DOHC บนฝาวาล์ว จากนั้นรูปลักษณ์ก็เปลี่ยนเป็นรุ่นยอดนิยมอย่าง Civic 3 ประตู

ปรับปรุงสมรรถนะมากขึ้น, เพิ่มแรงบิด, แรงม้า, B16A VTEC ตัวใหญ่ (VTEC ที่ใหญ่กว่า DOHC) ต่อมาเปลี่ยนเป็นรุ่น Civic EK หรือที่บ้านเราเรียกว่า มันซีวิคตาโต ยังคงเป็นเครื่องเดิมจากนั้นทางค่าย Honda ได้ผลิต Civic EK9 ซึ่งเป็นตัวถังแบบ 3 ประตูโดยได้รับการเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นรหัส B16B ซึ่งเป็นการปรับแต่งพิเศษที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งในและนอกสนามแข่ง

ผลิตเมื่อปี ค.ศ. 1989-1991
ประจำการตัวถัง HONDA INTEGRA XSI, HONDA CR-X SIR (EF8), HONDA CIVIC SIR (EF)
ความจุ 1,595 CC.
กระบอกสูบ x ระยะชัก 81.0 x 71.4 มม.
กำลังสูงสุด 160 แรงม้าที่ 7,600 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 152 นิวตัน – เมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที
กำลังอัดสูงสุด 10.2: 1

เครื่องยนต์ B16 VTEC

เครื่องยนต์ B16 VTEC


Honda’s B16 VTEC engine, no one knows the seriousness of power and satisfaction, especially during the start of the V-Tech system that many people have been fascinated and searched for the B16A engine as a VTEC DOHC. First, on the Honda Civic EG, you can notice that it is a small VTEC by looking at the letters VTEC is smaller than the DOHC on the valve cap, then the look has been changed to the popular 3-door Civic.

Improved performance, increased torque, horsepower, big B16A VTEC (VTEC larger than DOHC) later changed to Civic EK or at home, we call it. The Civic is still the same engine. Honda has produced the Civic EK9, a three-door body with a B16B engine replacement, a very popular special tuning. Both on and off the race track.

Manufactured in year 1989-1991. Used bodywork HONDA INTEGRA XSI, HONDA CR-X SIR (EF8), HONDA CIVIC SIR (EF). Capacity 1,595 CC.
Cylinder x Stroke 81.0 x 71.4 mm
Maximum power 160 hp at 7,600 rpm
Maximum torque 152 Nm at 4,000 rpm
Maximum compression power 10.2: 1

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<


เครื่องยนต์ EJ20

เครื่องยนต์ EJ20 ของทาง Subaru ถ้าเราจะพูดถึงเครื่องยนต์ที่มีจุดเด่นและลักษณะ เฉพาะตัวอย่างเครื่องยนต์ Boxer จากค่าย Subaru ที่มีการจัดวางอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในเครื่องที่ไม่เหมือนใครโดยการจัดวางลูกสูบให้อยู่ในลักษณะเป็นแนวนอน (Horizontally – Opposed Engines) ด้วยความพิเศษนี้ทำให้รถยนต์รุ่นต่าง ๆ

จากค่าย Subaru ที่นำทีมด้วยรุ่นยอดฮิตอย่าง Subaru Impreza นั้นสร้างชื่อในการแข่งขันรูปแบบต่าง ๆ แต่ที่จัดเจนที่สุดก็คงจะเป็นการแข่งแบบทางลูกรังอย่าง World Rally Championship (WRC) ที่นอกจากที่ทำให้เครื่องยนต์ Boxer ของ Subaru 

เครื่องยนต์ EJ20

เครื่องยนต์ Boxer มีเครื่องยนต์ที่แตกต่างจากกระบอกสูบไลน์อย่างสิ้นเชิง ด้วยการจัดวางบล็อกกระบอกสูบที่เป็นลูกสูบแนวนอนเฉพาะ. การเคลื่อนไหวที่ตรงกันข้ามจะช่วยปรับสมดุลการสั่นสะเทือนภายในเครื่องยนต์ โดยการสูบนอนนี้จะทำให้การขับรถเป็นไปอย่างราบรื่น เมื่อเครื่องยนต์ในรอบสูงจะไม่ทำให้เครื่องยนต์สะบัดซ้ายขวาเหมือนเครื่องยนต์สูบแถว โดยที่ส่วนที่สำคัญอีกอย่างคือจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำจึงมีส่วนช่วยให้รถมีเสถียรภาพที่ดียิ่งขึ้น

ในพื้นที่สมดุลซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญยังมีสมมาตรแนวนอน (ซ้าย – ขวา) ที่ช่วยกระจายน้ำด้านหน้าเข้าสู่ล้ออย่างเท่าเทียมกัน ทำให้การเข้าโค้งมั่นคงทางตรงทำให้มีเสถียรภาพมากขึ้น แน่นอนว่าการออกแบบลูกสูบจะอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำ ทำให้พื้นที่ของชุดเครื่องยนต์นั้นลดลงซึ่งหากเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์แบบชุดกระบอกสูบตำแหน่งลูกสูบจะอยู่เหนือกระทะน้ำมัน แต่ยังคงต้องผ่านกลไกต่างๆเช่นก้านสูบ, เพลาข้อเหวี่ยงแล้วแต่ Boxer จะจัดตำแหน่ง. เพลาข้อเหวี่ยงอยู่ในตำแหน่งกลาง ตำแหน่งของก้านและกระบอกสูบจะอยู่ทางด้านข้างแทน ซึ่งพื้นที่นั้นจะน้อยลงซึ่งทำให้น้ำหนักของเครื่องยนต์เบาลงด้วย

เครื่องยนต์ EJ20
เครื่องยนต์ EJ20

Engine EJ20 of Subaru If we are talking about an engine that has strengths and characteristics. Only for example engine Boxer from Subaru has a unique internal device arrangement by placing the piston horizontally. (Horizontally – Opposed Engines) With this special, the different car models

From Subaru , who led the team with the popular Subaru Impreza, has made a name for itself in a variety of races, but the most experienced would be a dirt track like the World Rally Championship (WRC). ) Which other than that makes Subaru’s Boxer engine

Boxer engines have engines that are completely different from line cylinders. With a unique horizontal piston cylinder block arrangement. The opposite movement helps to balance vibrations within the engine. By smoking this sleep will make driving smoothly. When the engine at high rpm will not make the engine flick left and right like a row engine. Another important part is the low center of gravity, which contributes to better vehicle stability.

In the equilibrium area, which is the key, there is also a horizontal (left-right) symmetry that distributes the front water evenly into the wheel. Making cornering stable, straight way, making it more stable Of course, the piston design is positioned low. This causes the area of ​​the engine to be reduced, which, compared to the cylinder series engine, the piston position is above the oil pan But it still goes through mechanisms like connecting rods, crankshafts but Boxer will align. The crankshaft is in the middle position. The position of the stem and cylinder will be on the side instead. That space is less, which makes the engine weight lighter.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

เครื่องยนต์ JZ

เครื่องยนต์ JZ ที่ผลิตโดย Toyota ในการเปลี่ยนเครื่องยนต์ M คือ
เครื่องยนต์ 6 ลูกสูบแถวเรียง DOHC 24 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำผลิตและจำหน่ายตั้งแต่เดือนสิงหาคม 1990 ถึงมิถุนายน 1997 ผลิตสองรุ่น: 1JZ และ 2JZ เครื่องยนต์ทดแทนในปัจจุบันคือเครื่องยนต์ GR

เครื่องยนต์ 1JZ เป็นเครื่องยนต์วางตามยาวไปกับลำตัวรถ ปริมาตรความจุ 2,491 C.C. ความกว้างกระบอกลูกสูบ x ช่วงชัก 86 x 71.5 มี 6 ลูกสูบ แบบ 6 ลูกสูบเรียง (แบบ 6 ลูกสูบ DOHC 24 V.) มีเกียร์ M/T (เกียร์ธรรมดา) และ เกียร์ A/T (เกียร์อัตโนมัติ)

  • 1JZ GE ฝาเงิน (GE ฝาเงิน เป็นเครื่องยนต์ที่ไม่มีเทอร์โบ)

เครื่องยนต์ 1JZ-GE (ต่ำกว่าปี 96) แบบ DOHC 6 สูบแถวเรียง ความจุกระบอกสูบ 2491 cc. แรงม้า (PS/RPM) 180/6000 แรงบิด (KG-M/RPM) 24.0/ 4800 ความกว้าง x ช่วงชัก 86.0 x 71.5 กำลังอัด 8:1

  • 1JZ GE ฝาดำ (GE ฝาดำ เป็นเครื่องยนต์ที่ไม่มีเทอร์โบ)

เครื่องยนต์ 1JZ-GE (ปี 96 ขึ้นไป) แบบ DOHC 6 สูบแถวเรียง ความจุกระบอกสูบ 2491 cc. แรงม้า (PS/ RPM) 200/6000 แรงบิด (KG-M/RPM) 26.0/4000 ความกว้าง x ช่วงชัก 86.0 x 71.5 กำลังอัด 10.5:1

  • 1JZ-GE VVTi (GE VVTi เป็นเครื่องยนต์ที่ไม่มีเทอร์โบ) 200Hp/6000rpm แรงบิด 26.0Kg-m/4000rpm
  • 1JZ-GTE (GTE เป็นเครื่องยนต์ที่มีเทอร์โบ) 280Hp/6200rpm แรงบิด37.0Kg-m/4800rpm
  • 1JZ-GTE VVTi (GTE VVTi เป็นเครื่องยนต์ที่มีเทอร์โบ)) 280Hp/6200 แรงบิด38.5 Kg-m/2400rpm
  • 1JZ-FSE D4 VVTi( ฝาดำ เบนซินแบบฉีดตรง เป็นเครื่องยนต์ที่ไม่มีเทอร์โบ) 200Hp/6000rpm แรงบิด 26.0Kg-m/4000rpm
เครื่องยนต์ JZ

เครื่องยนต์ JZ

The JZ engine produced by Toyota in the M engine replacement is a water-cooled DOHC 24-valve in-line 6-cylinder engine, manufactured and sold from August 1990 to June 1997, produced two versions: 1JZ and 2JZ. Currently, the engine GR

The 1JZ engine is a longitudinal engine along the car body. Capacity 2,491 CC, cylinder width, piston x stroke 86 x 71.5, with 6 piston, 6 piston type (6 piston DOHC 24 V.), with M / T gear (manual transmission) and A / T gear (automatic transmission) < / p>

  • 1JZ GE silver cap (GE silver cap is a non-turbo engine)

Engine 1JZ-GE (under 96 years), 6-cylinder DOHC in-line, cylinder capacity 2491 cc. hp (PS / RPM) 180/6000 torque (KG-M / RPM) 24.0 / 4800 width x range. Stroke 86.0 x 71.5, compression power 8: 1

  • 1JZ GE black hood (GE black hood is a non-turbo engine)

Engine 1JZ-GE (Year 96+), 6-cylinder DOHC in-line, cylinder capacity 2491 cc. horsepower (PS / RPM) 200/6000 torque (KG-M / RPM) 26.0 / 4000 width x range. Stroke 86.0 x 71.5, compression force 10.5: 1

  • 1JZ-GE VVTi (GE VVTi is a non-turbo engine) 200Hp / 6000rpm torque 26.0Kg-m / 4000rpm
  • 1JZ-GTE (GTE is a turbo engine) 280Hp / 6200rpm Torque 37.0Kg-m / 4800rpm
  • 1JZ-GTE VVTi (GTE VVTi is a turbo engine)) 280Hp / 6200 Torque 38.5 Kg-m / 2400rpm
  • 1JZ-FSE D4 VVTi (black cap, petrol, direct injection It is a non-turbo engine) 200Hp / 6000rpm, torque 26.0Kg-m / 4000rpm

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

เครื่องยนต์ BMW B58 TU1

เครื่องยนต์ BMW B58 TU1 เปิดตัวในปี 2558 B58 แทนที่ 3.0 ลิตรและทำหน้าที่เป็นรุ่นต่อจากตระกูลเครื่องยนต์ N55 เทอร์โบอินไลน์ – หกได้รับการอัพเกรดทางเทคนิค TU1 ที่ 2018 Aachen Colloquium for Engine Technology และตามข้อกำหนดของBMWข้อกำหนดของ OL มีหน้าที่อย่างมากในการส่งมอบแรงม้า 388 แรงม้า (382 แรงม้า) และแรงบิด 500 นิวตันเมตร (369 ปอนด์ฟุต) เพลงเต็ม.

Fluke หรือไม่ผลลัพธ์ของ B58 TU1 OL สะท้อนจาก Z4 ด้วยช่วงขยายในขณะเดียวกัน B58 TU1 ML มี 340 PS (335 hp) และ 450 หรือ 500 Nm (332 หรือ 369 lb-ft) เมื่อพิจารณาถึงเวลาสถาปัตยกรรมเครื่องยนต์นี้จะถูกนำมาใช้อย่างสมบูรณ์กับ S58 ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นหัวใจหลักของทั้งสี่ รุ่นสมรรถนะ: M3, M4, X3 M และ X4 M.

แล้ว B58 กับ B58 TU1 ต่างกันอย่างไร? ประการแรกระบบฉีดตอนนี้ทำงานที่แรงดันสูงถึง 350 บาร์เทียบกับ 200 บาร์ก่อนหน้า การเพิ่มความดันเป็นปัจจัยสำคัญในการลดปริมาณเขม่าและเป็นไปตามขั้นตอนการทดสอบยานพาหนะขนาดเล็กที่สอดคล้องกันทั่วโลกเราควรตั้งตารอการลดลงของ “มากกว่า 50%”

ระบบหัวฉีดเสริมด้วยโซ่ขับแบบชิ้นเดียวที่กำจัดล้อฐานของสองเฟรมก่อนหน้านี้ การออกแบบรางสไลด์ที่ได้รับการปรับให้เหมาะสมเป็นอีกคุณสมบัติหนึ่งซึ่งสัญญาว่าจะมีแรงเสียดทานน้อยกว่าในการขับเคลื่อนโซ่ ยิ่งไปกว่านั้น BMW เสนอราคาที่ดีกว่า 30 เปอร์เซ็นต์

เครื่องยนต์ BMW B58 TU1
เครื่องยนต์ BMW B58 TU1

The BMW B58 TU1 engine was introduced in 2015, the B58 replaces the 3.0 liter and serves as the successor to the engine family. The N55 turbo inline-six is ​​technically upgraded to TU1 at the 2018 Aachen Colloquium for Engine Technology and to BMW specifications, the OL specification is heavily responsible for delivering 388 horsepower (382 hp) and 500 Nm of torque. Meter (369 lb. ft.) Full song.

The injection system is supplemented by a one-piece chain drive that eliminates the base wheels of the previous two frames. Optimized slide rail design is another feature which promises less friction in chain drives. On top of that, BMW offers a 30 percent better price.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

แคมชาฟท์

แคมชาฟท์ แคมฯ ซิ่ง หรือ แคมชาฟท์ ปรับแต่งองศา นั้นเป็นที่รู้จักในความเข้าใจเรื่องของการเพิ่มกำลังของเครื่องยนต์ ด้วยการใช้องศาเปิด-ปิด ที่เปลี่ยนไปจากเดิม แต่รายละเอียดว่า มันเปลี่ยนแปลงองศาได้อย่างไรเราต้องลองไป หาคำตอบกันดู

แคมชาฟท์

แคมชาฟท์ (Camshaft) หรือ เพลาราวลิ้น ทำหน้าที่เปิด-ปิดวาล์วไอดี หรือ ไอเสีย หรือทั้งสอง อยู่ที่รูปแบบของชนิดการออกแบบเครื่องยนต์ ถ้าเป็นแบบเพลาราวลิ้นเดียว (Single Camshaft) จะมีกระเดื่องที่เป็นตัวกดเปิด-ปิดวาล์วเรียงกันไปบนเพลาเดียว แต่ถ้าเป็นแบบ (Double Camshaft) จะแยกเพลาราวลิ้นวาล์วไอดี ไอเสีย คนละเพลาของใครของมัน

จะมีความแตกต่างกันบ้างในเรื่องของการตกแต่ง แต่การทำงานบนพื้นฐานไม่ว่าจะเป็นเพลาเดียวหรือเพลาคู่จะไม่แตกต่างกัน นั่นคือเรื่องของการเปิด-ปิด วาล์วตามไทม์มิ่งของเครื่องยนต์แต่ละเครื่องที่ได้กำหนดมา

เครื่องยนต์แต่ละเครื่องหรือแต่ละรุ่น ถ้าเดิมๆ มาจากโรงงานจะถูกกำหนดองศาการเปิดปิดวาล์วมาให้ตอบสนองได้ระดับหนึ่ง โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานการทำงานเครื่องยนต์ที่ต้องราบรื่น ทนทานและใช้งานขับขี่ได้เหมาะสมในระดับที่เป็นสากล

ในระยะของการเปิด-ปิดวาล์วของแคมชาฟท์เดิมจะคงที่ตลอดในทุกย่านความเร็วรอบ มันจึงเป็นเรื่องที่สามารถเปลี่ยนแปลงองศาการเปิด-ปิดวาล์ว ให้มีระยะเวลา ระยะห่างในการเปิดของวาล์ว อันจะทำให้ไอดี และ ไอเสียเข้าออกได้มาก รวดเร็วขึ้น ซึ่งองศาของการเปิด-ปิดนี้ ก็ยังต้องคำนึงถึงไทม์มิ่งหรือช่วงเวลาที่สัมพันธ์กันของการหมุนเครื่องยนต์ ที่ทำให้ลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้นลง เพื่อลดการชนกันของหัวลูกสูบกับวาล์ว ถ้าใช้องศากดวาล์วที่แคมป์ชาร์ฟไม่พอดี หรือเรียกว่าองศาโหมดเกินไป

นั่นเป็นหลักการว่า ทำไมเมื่อเปลี่ยนแคมชาฟท์องศาซิ่งเข้าไปเพียงชิ้นส่วนเดียว ก็ทำให้เครื่องยนต์มีการตอบสนองที่แตกต่างได้อย่างสนใจ ซึ่งโดยมากแล้วการใช้แคมชาฟท์ซิ่งหรือองศาสูง พวงนี้ต้องดูในเรื่องของชนิดวัสดุที่นำมาทำด้วย ถ้าเป็นวัสดุคุณภาพไม่สูง มันอาจจะหัก ขาดได้ถ้าใช้งานต่อเนื่องยาวนาน


แคมชาฟท์

 เดี๋ยวนี้เป็นที่นิยมมากสำหรับรถซิ่งหรือรถบ้านที่ต้องการความแตกต่างในการขับขี่ แต่ถ้าเป็นพวกรถที่มีระบบวาล์วแปรผัน ซึ่งนั่นคือการพัฒนามาให้มีการปรับระยะเปิด-ปิดวาล์วได้เหมาะสมในแต่ละช่วงความเร็วรอบอยู่แล้ว แปลว่าองศาสูงของแคมชาฟท์ซิ่ง โดยมากจะทำให้เครื่องยนต์เดินเบาเรียบ นิ่งได้ยาก แต่เมื่อถึงรอบกำลังจะให้กำลังได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เรื่องนี้จะว่าไปมันยากต่อความเข้าใจอยู่ไม่น้อย เพราะมันเกี่ยวของกับการทำงานของเครื่องยนต์ภาพรวมโดยทั้งหมด เอาว่าเราแค่พอได้เข้าใจในหลักการเพื่อการใช้งานที่เหมาะสมในเบื้องต้นก่อน

ทำไมเราต้องมาเรียนรู้เรื่องของ แคมชาฟท์ (Camshaft) แต่ง ส่วนหนึ่งคือเพื่อความเข้าใจ ว่าการขับขี่รถที่ใช้แคมฯซิ่งจะมีการตอบสนองที่ไม่เหมือนรถเดิม ต้องปรับตัวในการขับขี่อย่างหนึ่ง อีกอย่างคือการเลือกองศาแคมฯซิ่ง ให้เหมาะสมกับการใช้งาน ถ้ายังมีการใช้รถบนท้องถนนทั่วไปก็ควรดูให้ไม่ฮาร์ดคอร์มากไป เพื่อการควบคุมรถที่เหมาะสม และเลือกของแต่งที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในขณะขับขี่ อาจส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุได้

แคมชาฟท์
แคมชาฟท์

The camshaft, camshaft, or camshaft tuning degrees are known for their understanding of engine power increases. By using the degrees of open-close Which has changed But the details that How does it change degrees? We have to try to find the answer.

Camshaft or timing shaft which acts to open-close the intake or exhaust valves or both in the form of engine design type If it is a single camshaft, there is a mortar that is a valve opening and closing in a single shaft. But if it is a double camshaft, it will separate the shaft around the intake valve and the exhaust valve of one of its shafts.

There will be some differences in the matter of decoration. But working on the basis whether it is single shaft or twin shaft, will not be different That is the matter of opening-closing Valve according to the timing of each engine set.

Each engine or model, if originally from the factory, will determine the degree of valve opening to respond to a certain level. Based on the smooth operation of the engine Durable and suitable for driving at an international level.

During the valve opening and closing phase of the original camshaft, it will be constant throughout all rpm. It is therefore able to change the angle of opening-closing the valve. To have a duration Valve opening distance This will allow the intake and exhaust to come in and out more quickly.

This degree of on-off Must also consider timing or the relative duration of the engine rotation That causes the piston to move up and down To reduce the collision of the piston head with the valve If you use a degree to press the valve on the camping Charm doesn’t fit Or called degree mode too.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

เครื่องยนต์ V6

หากกล่าวถึง เครื่องยนต์ V6 ในโลกยุคใหม่ ทุกวันนี้พัฒนาการรถยนต์ต่างทำให้เราเห็นว่าในวันนี้ห้ารถยนต์ที่เราใช้น่าจะมีทิศทางเป็นอย่างไร แน่นอนมันจะมาพร้อมความทันสมัย ความประหยัด ที่สำคัญยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นั่นทำให้เครื่องยนต์สันดาปภายในความจุระดับซดน้ำมันเป็นเยี่ยมอาจจะกาลปวสาน แต่อาจจจะไม่ใช่ทั้งหมด

เทรนด์การลดความจุเครื่องยนต์แล้วเพิ่มสมรรถนะหรือ  Down Sizing  เครื่องยนต์ที่เรารู้จักหลายรุ่นกำลังจะตายจากกันไป และดูเหมือนจะมีเครื่องยนต์ไม่กี่รูปแบบที่จะอยู่รอดปลอดภัยในอนาคต  หนึ่งในนั้นน่าจะเป็นเครื่องยนต์แบบ  3  สูบ ที่เราเห็นได้ในวันนี้ และอีกหนึ่งคือเครื่องยนต์แบบ  6 สูบ ที่กำลังจะตีตั๋วอัพชั้นไปเป็นเครื่องยนต์ระดับซุปเปอร์คาร์

หลายคนอาจจะคิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าเป็นจริง หากสิ่งที่กำลังพูดถึงนี้กำลังเกิดขึ้นในวันนี้ และมีมาสักพักใหญ่ เพียงแต่เรานั้นอาจจะไม่รู้สึกว่ามันกำลังจะเกิดขึ้น พวกเราส่วนใหญ่อาจจะกำลังมองไปที่พวกม้าลำพอง และ กระทิงดุ ซึ่งวันนี้ พวกเขาใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ทั้ง   V8   และ   V10   ใหญ่โตไปถึงขนาด  V12  ด้วยซ้ำไป

ทว่าด้วยกฎที่แน่นหนาทางด้านสิ่งแวดล้อม ในการขับขี่รถในภูมิภาคยุโรปและอเมริกา กำลังบีบให้บริษัทรถยนต์ต้องเปลี่ยนความคิด ในการทำรถยนต์ยุคใหม่ให้ขับสนุก มีสมรรถนะดีรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

แนวคิดการบรรจุ เครื่องยนต์ประเภท  6  สูบลงมาในรถยนต์ทรงสมรรนถะไม่ใช่เรื่องใหม่ และมันไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในวันหน้ามันจะกลายเป็นขุมพลังให้กำลังรถยนต์ระดับซุปเปอร์คาร์ ด้วยอดีตที่ผ่านมารถยนต์กลุ่มนี้เคยมีเครื่องยนต์แบบ  6  สูบ ใช้มาแล้ว

ก่อนที่พวกเขาจะพกเครื่องยนต์ขนาดใหญ่แบบทุกวันนี้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่ายม้าลำพอง ในช่วงอดีตยุค ปี   1950-60   รถยนต์สายพันธุ์แรงของ พวกเขาหันมาใช้เครื่องยนต์แบบ  6  สูบแถว

เรียงในการทำรถสนาม ก่อนที่   Ferrari   จะหันมาให้ความสนใจกับเครื่องยนต์แบบ   V6   จาก คำแนะนำของ Dino  ลูกชาย   Enzo Ferrari   ว่าให้ลองทำเครื่องยนต์แบบ   V6 ขนาด  1.5   ลิตร ลงในรถแขงตั้งแต่ปี   1955  และภายหลังจากที่  Dino  เสียชีวิต  Ferrari จึงทำรถยนต์  Ferrari  dino  ออกมาในปี   1968   

และ ขายจนถึงปี 1976  มันเป็นรถยนต์ซุปเปอร์คาร์เครื่องวางกลาง ด้วยเครื่องยนต์แบบ   V6  อย่างที่ลูกชายเขาออกแบบ บ้างว่านี่คือความพยายามครั้งสำคัญของ   Ferrari  ในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่งบน้อยแต่อยากได้รถสมรรถนะสูง

เครื่องยนต์ V6
เครื่องยนต์ V6

แน่นอนภาพความเป็นซุปเปอร์คาร์เครื่องยนต์ไม่ต้องมีขนาดใหญ่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และมันกำลังจะเกิดขึ้น อีกครั้ง หลังจากมีรายงานมาตั้งแต่เมื่อปี   2012  ว่า ทีมวิศวกรของเฟอร์รารี่กำลังขลุกอยู่กับการออกแบบเครื่องยนต์รุ่นใหม่แบบ  6  สูบ รุ่นใหม่ เป็นการยืนยันว่า เรื่องเครื่องยนต์ 6  สูบ จะอยู่ในว่าที่ซุปเปอร์คาร์โลกอนาคตนั้นเป็นจริง

นอกจาก   Ferrari   แล้ว Porsche  เอง ก็เป็นบริษัทรถยนต์อีกรายที่ใช้เครื่องยนต์ 6  สูบ นอนมาตั้งแต่แรกเริ่ม ในรุ่น   911   มันมีพละกำลังเหลือล้นมากด้วยการเติมแต่งระบบเทอร์โบชาร์จเข้ามาประจำการ แต่ถ้าคุณไม่ชอบเครื่องยนต์เทอร์โบ เข้า  Porsche  911 GT3 RS  มาพร้อมเครื่องยนต์  6  สูบนอนขนาด  4.0   ลิตร สามารถทำกำลังได้ถึง   500   แรงม้าจากโรงงาน

เครื่องยนต์ V6
V6 engine

When it comes to V6 engines in the modern world today, car development has made us see what the five directions we are going to use today. Of course, it will be modern, economical and also more environmentally friendly.

Trend of reducing engine capacity and increasing performance or Down Sizing. Many of the known engines are dying from one another. And there seem to be a few engines that will survive in the future One of them

Many people may think that this is not true. If what I’m talking about is happening today And has been around for a while But we may not feel that it is happening. Most of us might be looking at wild horses and bullfighting,

But with strict environmental rules In driving cars in Europe and America Force the car company to change their mind In making modern cars to drive fun Have good performance, protect the environment at the same time.

Packing concept The 6-cylinder type engine in a neat car is not new. And it’s not uncommon that tomorrow will become a source of power for super-car power In the past, this group of cars used to have 6-cylinder engines.

Before they were carrying large engines like today Especially the wild horse camp In the past 1950-60s years, the car strain of They turned to 6-cylinder engines in a row.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

การดูแลรักษาเครื่องยนต์ของเรา

การดูแลรักษาเครื่องยนต์ของเรา เครื่องยนต์จะทำงานได้ดีและมีอายุการใช้งานยาวนาน ขึ้นอยู่กับการใช้งานและการบำรุงรักษาที่ถูกต้องตามคู่มือผู้ผลิตและผู้ใช้หรือผู้ปฏิบัติงานต้องให้ความสนใจและแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยตั้งแต่เริ่มต้นความเสียหายมีน้อยมาก หากถูกทอดทิ้งความเสียหายจะเกิดขึ้นเป็นทวีคูณผู้ควบคุมที่ดีควรมีความรู้เพียงพอเกี่ยวกับเครื่องยนต์นั้นที่มีพื้นฐานการศึกษาเดียวกันหากมีประสบการณ์มาก่อนควรมีการฝึกอบรมและการชี้แจงเพื่อให้เข้าใจและ

เข้าใจเครื่องยนต์ได้ดียิ่งขึ้น และอีกอย่างที่ผู้บังคับบัญชาควรมีคือการรู้ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเครื่องยนต์อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้เครื่องยนต์สึกหรอ หรือชำรุดเร็วกว่าระบบหล่อลื่นที่กำหนดเวลาน้ำมันหล่อลื่นควรใช้งานตามคู่มือของผู้ผลิตที่ระบุให้ใช้กับเครื่องยนต์เท่านั้น น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ดีเซลจะต้องมีประสิทธิภาพการหล่อลื่นที่ดีขึ้น น้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์เบนซินเนื่องจากเครื่องยนต์ดีเซลทำงานหนักกว่า

เครื่องยนต์เบนซินและพยายามใช้น้ำมันหล่อลื่นที่เหมาะสมและมีคราบสกปรกเท่านั้นห้ามใช้น้ำมันเครื่องจากถังโดยไม่ปิดฝาทิ้งไว้ เพราะความชื้นและฝุ่นละอองในอากาศจะทำให้น้ำและฝุ่นทรายปะปนอยู่ แม้ว่าจะเลือกใช้สารหล่อลื่นที่ดีการใช้งานจะทำให้เกิดความร้อนสูงตะกอนจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงรวมกับน้ำมันหล่อลื่นทำให้คุณภาพเสื่อมลงหากใช้ต่อไปจะทำให้เกิดการสึกหรอสูงหรืออาจทำให้เกิดความเสียหายดังนั้นจึงจำเป็นต้อง เปลี่ยนแปลง ถ่ายโอนน้ำมันหล่อลื่นตามเวลาที่กำหนดโดยผู้ผลิตเครื่องยนต์โดยปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

การดูแลรักษาเครื่องยนต์ของเรา
การดูแลรักษาเครื่องยนต์ของเรา

The engine works well and has a long service life. Depending on the correct use and maintenance of the manual, the manufacturer and the user or operator must pay attention and fix the minor errors from the start, the damage is very small. If neglected, damage will occur in multiples. A good controller should have enough knowledge about that engine with the same educational background, if having previous experience, training and clarification should be provided to understand and

Understand the engine better And another thing that supervisors should have is knowing the abnormalities that occur with the engine, another important reason for engine wear and tear. Or damaged faster than the scheduled lubrication system. Lubricating oil should only be used in accordance with the manufacturer’s instructions for use with the engine. Diesel engine lubricant must have better lubrication efficiency. Lubricant for petrol engines, since diesel engines work harder

Gasoline engines, and try to use only the right lubricant that has dirt, do not use engine oil from the tank without leaving the lid closed. Because moisture and dust in the air will cause water and sand dust to mix together Although good lubricants are chosen, their use will result in high heat, sludge from combustion of the fuel combined with lubricants, resulting in deterioration of quality.If continued use will cause high wear or may cause damage. It is necessary to change the lubricant oil transfer at the time specified by the engine manufacturer by strict compliance.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

การทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน

การทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน น้ำมันสำหรับรถยนต์ที่ใช้กันอยู่ในท้องตลาดนั้น มีหลักๆ อยู่ 2 ประเภทคือ เครื่องยนต์เบนซิน – เครื่องดีเซล โดยทั่วๆ ไปก็แบ่งตามประเภทของรถยนต์ รถเก๋งมักใช้กับน้ำมันเบนซิน รถกระบะมักใช้น้ำมันดีเซล ส่วนราคาในประเทศไทยนั้น น้ำมันเบนซินจะแพงกว่าน้ำมันดีเซล ซึ่งปัจจุบันความต่างเรื่องราคาอาจไม่ต่างมากเหมือนเมื่อก่อน เริ่มต้นจากการผลิตที่ต่างกัน ทำให้น้ำมันมีความต่างกัน เมื่อนำมาใช้กับรถยนต์จึงให้ผลและทำงานที่แตกต่างกัน

การทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน

ลักษณะพื้นฐานของเครื่องยนต์เบนซิน 4 จังหวะ

1. เสื้อสูบกับกระบอกสูบและห้องเพลาข้อเหวี่ยง เป็นชิ้นส่วนเครื่องยนต์ที่เป็นโครงสร้างหลักสำหรับยึดชิ้นส่วนอื่นๆของเครื่องยนต์

2. กลไกลูกสูบและข้อหมุนเหวี่ยง (Piston & Cranking Mechanism) ประกอบด้วย ลูกสูบ ก้านสูบ เพลาข้อเหวี่ยง และล้อช่วยแรงซึ่งเป็นชิ้นส่วนเคลื่อนที่ของเครื่องยนต์ที่รับความดันจากการเผาไหม้ในห้องสูบแล้วเปลี่ยนเป็นแรงกระทำบนหัวลูกสูบ ไปส่งต่อผ่านก้านสูบไปกระทำที่ก้านหมุนเพลาข้อเหวี่ยงทำให้เพลาข้อเหวี่ยงหมุนอย่างเรียบจ่ายแรงบิดออกไปใช้งาน

3. ฝาสูบ เป็นฝาปิดกระบอกสูบทำให้เกิดเป็นห้องเผาไหม้ขึ้นในเครื่องยนต์และทำให้เป็นปริมาตรอัดเกิดขึ้นบนฝาสูบ

4. กลไกลิ้น (Valve Mechanism) หรือกลไกขับควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ (Engine Steering Mechanism) ประกอบขึ้นด้วย

เพลาลูกเบี้ยว ปลอกกระทุ้งลิ้น ก้านกระทุ้งลิ้น กระเดื่องกดลิ้น สปริงลิ้นและลิ้น
ส่วนชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องยนต์อื่นๆเช่น คาร์บูเรเตอร์ ระบบจุดระเบิด ปั๊มน้ำ อัลเตอร์เนเตอร์ มอเตอร์สตาร์ท ปั๊มน้ำมันเครื่อง ฯลฯ เป็นชิ้นส่วนของระบบการทำงานเครื่องยนต์ที่มีแตกต่างกันตามแบบของระบบนั้นๆ

กระบวนการทำงานในแต่ละจังหวะของเครื่องยนต์เครื่องยนต์เบนซิน 4 จังหวะ 
ในแต่ละกลวัตรเครื่องยนต์ ขั้นตอนตามลำดับตลอดกลวัตรเครื่องยนต์คือการดูด การอัด การใช้งาน และการคายดำเนินไปกับการเคลื่อนที่ของลูกสูบทั้ง 4 ช่วงชัก

การทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน
การทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน

Working of petrol engine There are 2 main types of petrol used in the market, namely gasoline-diesel engines, generally divided by type of car Sedans are often used with gasoline. Pickup trucks often use diesel fuel. As for the price in Thailand Gasoline is more expensive than diesel Currently, the price difference may not be as different as before. Beginning with different production Causing the oil to be different When used with cars, it gives different results and works.

Piston & Cranking Mechanism consists of piston, connecting rod, crankshaft. And the flywheel, which is the moving parts of the engine that receives the pressure from the combustion in the cylinder, then changes to the action on the piston head To be passed through the connecting rod to act on the crankshaft, causing the crankshaft to spin smoothly, supplying torque to use

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

วิธีตรวจเช็คสภาพรถยนต์เบื้องต้น

วิธีตรวจเช็คสภาพรถยนต์เบื้องต้น สำหรับวิธีการตรวจสอบภาษาเช็กที่หลากหลายที่นำเสนอในเวลานี้จะเป็นการตรวจสอบอย่างคร่าวๆที่สามารถทำได้ด้วยตนเองเพื่อที่จะได้รับทราบทันทีหากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นก่อนที่จะแพร่กระจายไปยังขนาดที่ดีและเสียเงินเป็นจำนวนมาก และฉันอยากจะย้ำว่านี่ไม่ใช่วิธีแก้ไขหากพบปัญหาควรนำรถไปที่ศูนย์ซ่อม หรืออู่ซ่อมรถทันทีจะดีที่สุด

1. น้ำมันเครื่อง

ดึงก้านของน้ำมันเครื่องออกในขณะที่เครื่องยนต์กำลังทำงานที่อุณหภูมิปกติแล้วปิดสักครู่ (1-5 นาที) จากนั้นเช็ดปลายเพลาด้วยน้ำมันที่ติดอยู่จากนั้นนำมันกลับมาอยู่ที่เดิมอีกครั้ง ทิ้งไว้ครู่หนึ่งแล้วดึงออกมาเพื่อวัดระดับ มีปริมาณน้ำมันเครื่องคงเหลือโดยดูที่เกจวัดระดับและที่ดีที่สุดคือระดับน้ำมันเครื่องต้องอยู่ในตำแหน่ง F หรือ FULL (อย่าปล่อยให้น้ำมันเครื่องแห้งสนิทมิฉะนั้นเครื่องยนต์จะล้มเหลวอย่างแน่นอน)

2. น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ

สิ่งแรกที่ต้องทำคือจอดรถบนถนนเรียบ และใส่เบรกมือจากนั้นสตาร์ทเครื่องยนต์และเปลี่ยนเกียร์ ไล่จากตำแหน่ง P ถึง L หรือ 1 เมื่อขยับไปแต่ละตำแหน่งให้จับตำแหน่งไว้ครู่หนึ่งแล้วเปลี่ยนเกียร์ถัดไปทำเกียร์ทั้งหมดให้เสร็จแล้วเลื่อนไปที่ P หรือ N ดึงคันเกียร์อัตโนมัติแล้วเช็ดทำความสะอาดก่อนจากนั้นใส่ ก้านวัดกลับเข้าไปแล้วดึงออกมาอีกครั้ง

3. น้ำมันเบรก

มีคะแนนที่จะสังเกตเห็นระหว่างขั้นต่ำและสูงสุด หากระดับปกติจะต้องไม่เกินค่า Max และไม่ต่ำกว่า Min แต่ถ้าน้ำมันเบรกหายไปมากเกินไป ควรพบสิ่งผิดปกติทันทีหรือนำไปให้ช่างมืออาชีพทำการตรวจสอบและแก้ไข

4. น้ำมันคลัตช์

สำหรับรถยนต์เกียร์ธรรมดาเช่นเดียวกับน้ำมันเบรกสังเกตระดับต่ำสุดและสูงสุด ระดับน้ำมันคลัชจะต้องอยู่ระหว่างกลางไม่น้อยกว่าจุดที่ระบุ และหากรู้สึกว่าน้ำมันคลัชท์หายไปมากจนผิดปกติเพื่อค้นหาสาเหตุของปัญหาได้อย่างรวดเร็วหรือมีช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญตรวจเช็คและแก้ไขทันที

5. น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์

เช็กได้ง่าย ๆ เหมือนกับ 2 ข้อด้านบน ดูระดับ Min กับ Max เช่นเดียวกัน ไม่ให้น้อย หรือเกินกว่าจุดที่กำหนด และถ้าระดับน้ำมันหายไปเยอะผิดปกติ ก็ตรวจหาสาเหตุ หรือให้ช่างตรวจเช็กและแก้ไขทันที

วิธีตรวจเช็คสภาพรถยนต์เบื้องต้น

Basic vehicle inspection methods The various methods of checking the Czech language offered at this time will be a rough examination that can be done manually in order to be informed immediately if an error occurs before it spread to Good size and waste a lot of money And I would like to emphasize that this is not a solution, if you encounter a problem, you should take the car to the repair center. Or the instant garage will be the best.

1. Engine oil

Pull out the shaft of the engine oil while the engine is operating at normal temperature, turn it off for a moment (1-5 minutes), then wipe the shaft end with the oil stuck, then bring it back to the same place again. Leave for a moment and pull out to measure the level. Have the remaining engine oil by looking at the gauge and the best is the engine oil level must be in F or FULL position (don’t let the engine oil dry completely otherwise the engine will certainly fail)

2. Automatic transmission oil

The first thing to do is park the car on a smooth road. And put the handbrake, then start the engine and change gears Chase from position P to L or 1. When moving to each position, hold the position for a moment and change the next gear. Complete all gears and move to P or N. Pull the automatic gear and wipe clean first, then insert. The probe back in and pull out again.

3. Brake fluid

There are scores that will be noticed between the minimum and maximum. If the normal level must not exceed the Max and not less than the Min, but if the brake fluid disappears too much Should something go wrong immediately or take it to a professional technician for inspection and correction.

4. Clutch oil

For manual transmissions as well as brake fluid, observe the minimum and maximum levels. The oil level of the clutch must be at least not less than the specified point. And if you feel that the clutch oil is missing so abnormally to find the cause of the problem quickly or have a professional technician check and fix immediately.

5. Power steering oil

Check easily as the 2 above. Look at the Min and Max levels as well, not less or more than the specified point. And if the oil level disappears a lot Check the cause Or have the technician check and fix immediately.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<

RB26 ของ GTR R34

RB26 รถยนต์หรือการแต่งรถนับว่าเป็นสิ่งที่หลายคนค่อนข้างชื่นชอบอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชายที่รักความเร็วทั้งหลาย ด้วยความที่หากเทียบกันแล้วรถยนต์มันก็เหมือนจิตวิญญาณอย่างหนึ่งหากว่าเราสามารถที่จะทำจิตวิญญาณของตัวเองให้งดงามมากพอคนอื่นก็ย่อมที่จะต้องมองเห็นและยอมรับในตัวเราเป็นเรื่องธรรมดา

ซึ่งการทำรถหรือการแต่งรถมันก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายประเภทขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล เช่นเดียวกับการเลือกใช้งานรถยนต์ที่ก็เป็นเรื่องความชอบส่วนบุคคลอีกเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามหนึ่งในรถยนต์ที่ได้ชื่อว่ายังคงได้รับความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลาย รวมถึงมีเครื่องยนต์ที่แรงเร้าใจไม่มีเปลี่ยนก็คือ Nissan Skyline GTR R34

ต้องบอกว่านี่เป็นหนึ่งในรถยนต์ยอดนิยมของ Nissan Skyline ดังนั้นจึงเป็นรุ่นที่ให้ความแข็งแกร่งที่ใคร ๆ ก็อยากรู้ต้องลองสัมผัสด้วยตัวเอง รุ่นเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดนี้จะถูกยกเลิกชั่วคราว สร้างเป็นรุ่น Skyline ที่มีระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีดและระบบ 4 สปีด อย่างไรก็ตามในลักษณะที่สกายไลน์นั้นผลิตกระปุกเกียร์ชื่อว่า Triptonic เกียร์ในรูปแบบของเกียร์ที่สามารถปรับให้เข้ากับโหมดของเกียร์ธรรมดาหรือเกียร์ธรรมดา

RB26 เป็นเครื่องยนต์ที่ได้รับการยอมรับจากหลาย ๆ คนว่าเป็นเครื่องยนต์รถที่มีกำลังสูงสุด ของโลกเลยก็ว่าได้ถ้าเทียบในแง่ของความทนทานมันอาจจะด้อยกว่าเครื่องยนต์ J-series ที่โตโยต้าชอบใช้เป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับบางคนนั้นได้มีการกล่าวกันว่าเครื่องยนต์ RB26 ถ้าปรับเปลี่ยนได้ดี ถูกต้องไม่มีความแตกต่างใด ๆ เลย แน่นอนว่าคุณสมบัติที่โดดเด่นเครื่องยนต์ประเภทนี้คือ DOHC 24 สูบ 6 สูบขนาด 2568 แรงม้า 280/6800 แรงบิด 36/4400 เป็นเครื่องยนต์ที่มีความสามารถที่โดดเด่นที่สุดของความแข็งแกร่งเลยทีเดียว

RB26
RB26

RB26 Car or car decoration is something that many people quite like it. Especially for men who love speed As compared to cars, it is like a spirit. If we are able to make our souls beautiful enough, others will have to see and accept us as normal.

There are many different types of car making and decorating depending on individual preferences. Like choosing a car that is also a personal preference However, one of the famous cars is still unceasingly popular. Including a thrilling, uninterrupted engine, the Nissan Skyline GTR R34.

Having said that this is one of the most popular cars of the Nissan Skyline, so it is a model that provides strength that everyone would want to know. Have to try and experience by yourself. This 5 speed automatic transmission version will be temporarily canceled. Built as a Skyline model with a 6-speed manual transmission and 4-speed transmission system. However, in a skyline style, the gearbox is produced as a Triptonic gearbox in the form of a gear that can be adjusted to the mode of manual or manual transmission. Plain

RB26 is an engine that has been accepted by many people as the engine with the highest power. Of the world, if compared in terms of durability, it may be inferior to the J-series engines that Toyota likes to use most of the time But for some people it is said that the RB26 engine, if modified well Correct. There is no difference. Of course, the outstanding feature of this type of engine is the DOHC 24-cylinder, 6-cylinder, 2568 horsepower, 280/6800 and 36/4400 torque. The engine has the most outstanding ability of strength ever.

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<