คลังเก็บป้ายกำกับ: #เครื่องยนต์มือสองดูกันยังไง

เครื่องยนต์มือสองดูกันยังไง

เครื่องยนต์มือสองดูกันยังไง วันนี้เรามาทำเสนอและหลักการเช็คเครื่องยนต์มือสองกันจากเชียงกง เพื่อเป็นแนวทางให้เพื่อนๆตัดสินใจซื้อกันนะครับ และเพื่อให้เพื่อนๆพอดูเป็นคร่าวๆ มีอะไรยังไงกันบ้าง ไปดูกันเลย

  • เปิดดูฝาเติมน้ำมันเครื่อง เพื่อดูคราบน้ำมนเครื่องใต้ฝาวาล์ว ถ้าทางร้านยอมให้เปิดฝาวาล์วยิ่งดี (แต่ทางร้านมักไม่ยอมเสียเวลา) ควรหาไฟฉายกระบอกเล็ก ๆ ไปส่องดู ถ้าเครื่องยนต์ผ่านการใช้งานมาน้อย คราบน้ำมันที่เกาะอยู่จะน้อยและมีสีอ่อน เครื่องยนต์ที่มีคราบเหลืองหรือน้ำตาลอ่อน จะผ่านการใช้งานมากปานกลางประมาณ 20,000 –50,000 กม. ถ้าเครื่องยนต์มีเขม่า สีน้ำตาลเข้มหรือตะกรันสีดำก็มองข้ามไปได้เลย ถ้าพบเครื่องยนต์ที่มีชิ้นส่วน ภายในมีคราบน้อยมาก แสดงว่าเครื่องยนต์ตัวนั้น ผ่านการใช้งานมาน้อยหรือถอดจากรถที่เกิดอุบัติเหตุ เครื่องยนต์ที่พบส่วนใหญ่จะมีคราบสีเหลืองอ่อน ๆ ซึ่งยังน่าสนใจอยู่ เพราะยังเหลืออายุการใช้ งานอยู่เกินครึ่ง การสอดส่องดูคราบน้ำมันเครื่องใต้ฝาวาล์ว จะได้ผลก็ต่อเมื่อสายตาคุณ สามารถสอดส่องเข้าไปให้ลึกที่สุด โดยมีข้อควรระวังก็คือ เครื่องยนต์ที่ทางร้านล้างบริเวณช่องเติม น้ำมันเครื่องหลอกตาไว้ จึงควรสอดส่องเข้าไปลึกที่สุด ถ้าเป็นไปได้ ให้เปิดฝาวาล์วดูจะแน่นอนที่สุด ถ้าไม่ชำนาญพอ ว่าง ๆ ลองเปิดฝาเติมน้ำมันเครื่องของเครื่องยนต์รถตัวเอง ประเมินกับอายุการใช้งานที่ผ่านมาไว้สำหรับเปรียบเทียบตอนเลือกซื้อเครื่องยนต์ตัวใหม่
  • ท่อทางเดินน้ำระบบระบายความร้อน ไม่ควรมีคราบสนิมหรือรอยผุกร่อน
  • สังเกต น๊อต ทุกจุดทุกตัว ไม่ควรมีร่องรอยการถอด เพราะอาจแสดงว่าเครื่องยนต์ตัวนั้น ถูกย้อมแมวกันในเมืองไทย
  • ร่องพูเลย์สายพาน สายพานจะหมุนบนร่องพูเลย์ตลอดการทำงาน ถ้าร่องสายพานบนพูเลย์สึกหรอมาก แสดงว่าเครื่องยนต์ตัวนั้น ผ่านการใช้งานมามากแล้ว
  • ท่อไอเสีย ดูให้ชัดเจนและใช้นิ้วแตะดูเขม่าลึก ๆ ว่ามีลักษณะอย่างไร ถ้าเป็นเขม่าเปียกปนกับน้ำมันเครื่อง แสดงว่าเครื่องยนต์ตัวนั้นมีน้ำมันเครื่องเล็ดลอดเข้าห้องเผาไหม้ได้ หรือ “เครื่องหลวม” แล้วนั่นเอง เครื่องยนต์ที่สมบูรณ์ ควรมีเขม่าสีเทาเข้มและแห้งสนิทจริง ๆ ถ้าเป็นเขม่าสีดำแห้ง แสดงว่าเครื่องยนต์นั้นปรับอัตราส่วนผสมไอดีไว้ไม่ถูกต้อง ต้องเหนื่อยในการซ่อมหรือปรับกันอีก จุดนี้อย่ามองข้ามเป็นอันขาด เพราะเขม่าในไอเสียจะเป็นตัวบอกสภาพของเครื่องยนต์ได้เป็นอย่างดี ควรติดเครื่องยนต์ดูเขม่าซ้ำอีกครั้งหนึ่งเพื่อความแน่ใจ
  • เฟืองฟลายวีล ไม่ควรมีร่องรอยสึกหรอบิ่นหรือบิ่นมาก รอยบิ่นนั้น หมายถึงจำนวนครั้ง ที่เครื่องยนต์ถูกสตาร์ท
  • หวีคลัตช์ กรณีที่เครื่องยนต์ไม่ได้ประกบกับเกียร์ ให้ดูสภาพภายนอกของหวีคลัตช์ และจุดที่ลูกปืนคลัตช์กด (ปลายในสุดโดยรอบ) ไม่ควรมีการสึกหรอมากจนเป็นร่องลึก
  • ผ้าคลัตช์ ถ้ามีโอกาสถอดดูผ้าคลัตช์ หน้าสัมผัสที่ฟลายวีลและหวีคลัตช์ ควรเรียบสม่ำเสมอ
  • ลิ้นปีกผีเสื้อ ในชุดคาร์บูเรเตอร์ หรือชุดหัวฉีด ไม่ควรมีเขม่าเกาะมาก ข้อควรระวังก็คือ จุดนี้ทางร้านอาจมีการล้างเอาไว้แล้ว
  • สายหัวเทียน ไม่ควรแข็งกระด้าง หรือแห้งกรอบ เช่นเดียวกับสายไฟต่าง ๆ
  • ฝาจานจ่ายไม่ควรมีตะกรันด้านในมากนัก
  • ท่อส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ถ้าผ่านการใช้งานมาก จะแข็งกรอบ
  • ซีลข้อเหวี่ยงกันน้ำมันเครื่องด้านหน้า และด้านหลัง ต้องไม่รั่วซึม ข้อควรระวังในการตรวจสอบจุดนี้ ก็คือ ทางร้านอาจล้างไว้แล้ว
  • สายพานรับแคมชาฟท์ ถ้าเป็นเครื่องยนต์OHC หรือDOHC ที่ใช้สายพานไทม์มิง สภาพของสายพานไทม์มิงนี้ มักจะเป็นสภาพของสายพานเส้นแรกเป็นส่วนใหญ่
  • ติดเครื่องฟังเสียงการทำงาน การติดเครื่อง ควรให้ทางร้านใช้น้ำประปา ต่อเข้าไปหล่อเย็น ตามระบบหล่อเย็น ซึ่งการใช้น้ำหล่อเย็นในการติดเครื่อง จะทำให้ติดเครื่องได้นานโดยไม่เสียหาย การจับหาเสียงผิดปกตินั้นค่อนข้างยาก เพราะเครื่องยนต์ไม่ได้ต่อท่อไอเสียและระบบเก็บเสียง (ท่อพัก) เสียงต่อไอเสียจะดังจนกลบเสียงต่างๆ หมด
  • เครื่องยนต์หัวฉีด ควรเลือกซื้อในร้านที่สามารถติดต่อร้านดินสายไฟชุดหัวฉีดให้ได้ อาจจะเหมารวมในราคาไปเลยก็ได้ โดยการสตาร์ทเครื่องยนต์หัวฉีดได้ที่ร้าน มีข้อดี คือ สามารถดูอาการของเครื่องยนต์ได้ อีกทั้งยังหมายถึงความครบครันของอุปกรณ์ต่าง ๆ อีกด้วย
  • การรับประกันคุณภาพ ร้านค้าส่วนใหญ่จะรับประกันในระยะ 7 วัน ถ้าเครื่องมีปัญหา สามารถนำมาเปลี่ยนได้ฟรี ประเด็นนี้สำคัญที่สุด
เครื่องยนต์มือสองดูกันยังไง
  • Open the oil filler cap. To see the water stains on the machine under the valve cover If the shop allows you to open the valve cover even better. (But the shop often does not waste time) should find a small cylinder torch to look at if the engine has been used a little. There is less oil stains and a light color. Engine with yellow or light brown stains Through the use of very moderate about 20,000–50,000 km if the engine has soot. Dark brown or black slag can be overlooked. If an engine with parts is found Inside there are very few stains. Showing that the engine Through little use or removal from the car in the accident. Most of the engines found have a pale yellow stain, which is still interesting. Because there is still a lifetime of use Over half the work Monitoring of engine oil spills under the valve cover. Will be effective only when your eyes Able to penetrate as deep as possible With caution, it is The engine that the shop washes around the filling compartment. Engine oil deceives the eyes Therefore, it should be kept as deep as possible. If possible, open the valve cap to be sure. If not skilled enough, try opening the oil filler cap of the car engine itself. Evaluate the service life in the past for comparison when shopping for a new engine.
  • Pipes, waterways, cooling system There should be no rust stains or corrosion marks.
  • Observe every nut, every point should have no trace of removal. Because it may show that the engine The cats were dyed together in Thailand.
  • Pulley groove The belt will rotate on the pulley throughout the

ขอบคุณข้อมูลจาก : Google

สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับรถ : >>>ได้ที่นี่<<<